"อพท." เลือก “สุโขทัย” ต้นแบบลุยท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเดิม 4 เส้นทางอาหารท้องถิ่นปั้นรายได้เพิ่มให้ชุมชน
“อพท.”จับมือ”ทีต้า”พัฒนา 4 เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร ชูอัตลักษณ์อาหารถิ่นที่มีเรื่องเล่าเป็นจุดขายดึงความสนใจนักท่องเที่ยว ประเดิมจัดทริปนำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทดสอบเส้นทางก่อนนำเสนอขายจริง
วันที่ 7 ก.ค. นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท. ได้ร่วมกับ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ดำเนินโครงการการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงอาหารด้วยการใช้ตลาดเชิงกลยุทธ์และการมีส่วนร่วม โดยเลือก “จังหวัดสุโขทัย”เป็นต้นแบบดำเนินโครงการ เบื้องต้นพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารร่วม 4 เส้นทาง ประกอบด้วย Evening Countryside Sunset Tour / Ancient Sukhothai Dessert Hopping / Sawankhalok Art & Food Tour และ Historical Sukhothai Food Tour by Local Truck ชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่นจะได้ใช้กิจกรรมครั้งนี้ ทดลองนำเสนอผลิตภัณฑ์และการให้บริการจริง เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง สามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สำหรับให้บริการกับนักท่องเที่ยวจริงต่อไปได้
ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การเลือกดำเนินการที่สุโขทัย เพราะเห็นศักยภาพและความพร้อมในหลายด้านของจังหวัดนี้ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีอาหารอร่อยขึ้นชื่อที่บางชนิดมีการสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน มีอัตลักษณ์การปรุง อาหารเฉพาะท้องถิ่น ไม่สามารถหารับประทานที่อื่นได้ เช่น ข้าวเปิ๊บ และขนมแตกงา เป็นต้น นอกจากนี้ อพท. ยังได้นำเกณฑ์มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ "อพท.น้อย" ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้องค์กรที่มีบทบาทในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบ
“มั้นใจว่า กิจกรรมที่พัฒนาขึ้นนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์การทำอาหารและลิ้มลองรสชาติ ความอร่อยตามเอกลักษณ์ของจังหวัดสุโขทัย ชุมชนเห็นคุณค่าของอาหารประจำถิ่นซึ่งมีความเป็นอัตลักษณ์ เกิดเป็นการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่งดงามให้คงอยู่ในชุมชน เกิดเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งนักท่องเที่ยวเมื่อเกิดความประทับใจจะเกิดการบอกต่อและกลับมาเที่ยวซ้ำ สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชน"ผอ.อพท.กล่าว
นายทวีพงษ์ กล่าวอีกว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของการเดินทาง เป็นการจับจ่ายเรื่องอาหารและปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะได้เรียนรู้ ได้สัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ผ่านการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในชุมชน โดยมีอาหารเป็นปัจจัยหลักในการสร้างประสบการณ์ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ เช่น การทดลองทำอาหาร ทำของที่ระลึกในท้องถิ่น และการเที่ยวชมสถานที่ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับใช้ปรุงอาหาร อพท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว จึงใช้เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเพิ่มและกระจายรายได้ โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเงินและใช้เวลามากที่สุด