จังหวัดชัยนาท ชลประทานที่ 12และอำเภอเนินขาม เร่งช่วยเหลือประชาชน ช่วงภาวะฝนทิ้งช่วง
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เวลา 14.30 น. นางสาวสิริญรัศมิ์ นุตตะรังค์ นายอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นทั้ง 3 ตำบลของอำเภอเนินขาม ได้แก่ นายจรููญ จินดารัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลเนินขาม นายโกมล การภักดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุขเดือนห้า และ นายชาญณรงค์ มนต์พยาบาล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง ตำบลกะบกเตี้ย อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท
ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง อยู่ในการควบคุมดูแลของโครงการชลประทานชัยนาท สำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน โดยมี นายอนุรัตน์ ตุงคะศิริ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานชัยนาท เป็นผู้ชี้แจงข้อมูลสถานการณ์น้ำและตอบข้อซักถาม พร้อมกันนี้ เวลา 15.09 น. นายอำเภอเนินขาม ได้ดำเนินการเปิดการระบายน้ำผ่านอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภคของประชาชนชาวอำเภอเนินขาม
โดยระบายน้ำในอัตรา 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงไปยังลำห้วยหนองโรง ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะถูกสูบโดยเครื่องสูบน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเพื่อเติมลงสระเก็บน้ำบ้านสุขเดือนห้า ตำบลสุขเดือนห้า ซึ่งจะสามารถช่วยสนับสนุนการอุปโภค-บริโภคของประชาชนหมู่ที่ 4 บ้านหนองเด่น หมู่ที่ 6 บ้านสุขเดือนห้า หมู่ที่ 7 บ้านพุลำมะลอก หมู่ที่ 12 บ้านห้วยคันไถ และบางส่วนของหมู่ที่ 3 บ้านวังคอไห รวมทั้งสิ้นประมาณ 540 ครัวเรือน และปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะถูกผันไปเก็บในสระเก็บน้ำบ้านเนินขาม ตำบลเนินขาม
ซึ่งจะสามารถช่วยสนับสนุนการอุปโภค-บริโภคของประชาชนหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 บ้านเนินขาม หมู่ที่ 3 บ้านหนองแห้ว หมู่ที่ 5 บ้านหนองระกำ หมู่ที่ 6 บ้านเนินขาม หมู่ที่ 7 บ้านหัวตอ หมู่ที่ 8 บ้านน้อย หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 14 บ้านทุ่ง และหมู่ที่ 17 บ้านทุ่งใหม่ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,610 ครัวเรือน คาดว่าจะระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภคของประชาชนในครั้งนี้ประมาณ 2.5-3.0 ล้านลูกบาศก์เมตร การดำเนินการในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำของท้องถิ่นร่วมกันทั้ง 3 ตำบล โดยมีอำเภอเนินขามและโครงการชลประทานชัยนาทให้การสนับสนุน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด มีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดปี
พร้อมทั้งส่งเสริมการเพาะปลูกโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วง นอกจากนี้ยังจะบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการพัฒนาระบบและอาคารชลประทาน และที่สำคัญจะกักเก็บน้ำในเขื่อนให้ได้มากที่สุด เพื่อความมั่นคงด้านการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ อีกทั้งจะดำเนินการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยร่วมกันด้วย