เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมืองโคราชเจอพายุฤดูร้อนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี บ้านกว่า 300 หลัง ส่วนราชการ วัด โรงเรียน เสาไฟฟ้ากว่า 10 ต้น ไฟดับครึ่งเมือง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา (ผอ.ปภ.เขต 5 นม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) ได้นำอุปกรณ์กู้ภัยสนับสนุนหน่วยงานภาคีเครือข่ายประกอบด้วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาโคราชและฮุก.31 นครราชสีมา กระจายกำลังลงพื้นที่ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โค่นล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ของประชาชนหลายจุดในเขตเมือง นครราชสีมาพบนายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส เขต 1 จ.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้บริหาร ทน.นม. และตัวแทนฝ่ายปกครองกำลังตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบเหตุวาตภัยในชุมชนราชนิกุล 1-2-3 เขต ทน.นม.ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียมากที่สุด โดยมีบ้านเรือนร่วม 100 หลัง ทั้งหลังคาหลุด ฝาบ้านพัง ต้นไม้ล้มทับสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ ส่วนบริเวณถนนด้านหน้าทางเข้าเสาไฟฟ้าแรงสูงหักและหลังคาสังกะสีถูกแรงลมปลิวไปติดค้างบนสายส่งกระแสไฟฟ้าเป็นที่หวาดเสียว ทำให้กระแสไฟฟ้าดับตั้งแต่หัวค่ำวานนี้จนถึงขณะนี้ไฟฟ้ายังคงดับอยู่และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จ.นครราชสีมา กำลังเร่งซ่อมแซมคาดจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ในช่วงบ่ายวันนี้
นายสมบัติ ปภ.เขต 5 นม. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ (วันที่ 13 พฤษภาคม) ช่วงเวลาประมาณ 18.30–19.30 น.ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อน โดยมีฝนตกฟ้าคะนองและ ลมกรรโชกอย่างรุนแรงในเขตเมือง นครราชสีมา วัดปริมาณน้ำฝนได้ 25 มิลลิเมตร ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายสิบต้นล้มขวางถนน ทับสายไฟฟ้าแรงสูงประมาณ 10 ต้น เสาไฟฟ้าแรงต่ำหลายสิบต้น บ้านเรือนราษฎรจำนวนกว่า 300 หลัง สถานที่ราชการ เช่นศูนย์เด็กเล็กราชนิกุล บ้านพักข้าราชการกรมการปกครอง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา สนามกีฬาทหารนครราชสีมา (สนามม้าโคราช) วัด โรงเรียน รถยนต์กว่า 20 คันและป้ายโฆษณา ทำให้หลายพื้นที่ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง
ด้านนายเกษม ส.ส เขต 1 ในฐานะ ส.ส เจ้าของพื้นที่ กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุวาตภัยที่รุนแรงและมีความเสียหายมากที่สุดในรอบ 60 ปี ในเขตเมือง นครราชสีมาและเป็นทุกข์ซ้ำกรรมซัดทั้งวิกฤตโควิด-19 และเหตุสาธารณภัย ตนได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การบรรเทาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 คน ตามอำนาจหน้าที่ของระบบราชการ เนื่องจากมีบ้านหลายหลังไม่มีหลังคาหากมีฝนตกลงมาซ้ำจะไม่มีที่พักอาศัย จึงต้องเร่งซ่อมแซมเร็วที่สุด
นครราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ