พี่สาวคาใจน้องเลือดออกในสมองเสียชีวิตเชื่อผลกระทบจากผญบ.เมาแล้วขับรถชน
จากกรณีที่นางสำรวย อายุ 48 ปีเสียชีวิต เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนอนรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. โดยแพทย์ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก “เลือดออกในสมอง” ด้วยผลพวงที่ผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะชนน้องชาย ช่วงประมาณ 5 โมงเย็น วันที่ 10 พ.ค.66 ขณะน้องชายไปนั่งเล่นอยู่ริมถนนใกล้สี่แยกในหมู่บ้านจนน้องหมดสติไปพักนึง คาดว่าน่าจะกระทบกระเทือนทางสมองแต่ช่วงแรกอาจจะไม่แสดงอาการ กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย. น้องชายเกิดอาเจียน และชักเกร็งจนถูกหามส่ง รพ.บุรีรัมย์ ก็นอนรักษาที่ รพ.ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ร่างกายก็ไม่ตอบสนองจนกระทั่งเสียชีวิต
ล่าสุด วันที่ 24 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นางสอิ้ง อายุ 64 ปี ชาวบ้านโคกเจริญ ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยบอกว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เคยมาถามไถ่หรือรับผิดชอบอะไรเลย แม้กระทั่งน้องชายเสียชีวิตก็ยังไม่มาร่วมงานศพเลย จนวันพรุ่งนี้จะฌาปนกิจศพอยู่แล้ว ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ใจดำมาก ก็อยากให้ผู้ใหญ่บ้านมาขอขมาศพและแสดงความรับผิดชอบช่วยงานศพบ้าง ก็ยอมรับว่าน้องชายเป็นคนชอบดื่มเหล้าแต่ร่างกายยังแข็งแรงและไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร จึงเชื่อว่าสาเหตุที่น้องเสียชีวิตเป็นผลพวงจากที่โดนผู้ใหญ่บ้านขับรถชน จึงอยากวอนให้ผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบ แต่หากผู้ใหญ่บ้านยังเฉยตนและครอบครัวก็จะเดินเรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรมตามกระบวนการต่อไป
ด้านนายเหิน พี่ชายคนที่ 4 เล่าว่า วันเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านแต่ได้ยินเสียงดังตู้ม ตอนแรกคิดว่ารถชนหมา จึงออกมาดูคนที่เห็นเขาก็บอกว่าไม่ได้ชนหมาชนน้องชายแกแหละจึงรีบไปดูก็เห็นน้องชายนอนสลบอยู่ซึ่งตอนนั้นก็เห็นผู้ใหญ่บ้านลงจากรถมายืนดู แต่ไม่เห็นถามหรือช่วยอะไรเลยจากนั้นก็ขับรถกระบะออกไปเลย ซึ่งตอนนั้นท่าทางผู้ใหญ่บ้านเดินเซเหมือนคนเมามาก และหลังจากเกิดเหตุผู้ใหญ่ก็ไม่เคยมาเยี่ยมหรือรับผิดชอบอะไรเลย
ขณะที่นายวีระ คนในหมู่บ้านที่เห็นเหตุการณ์ ก็ยืนยันว่า ผู้ใหญ่บ้านขับรถชนนายสำรวย จริง เพราะตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ตอนที่ชนก็หมดสติไปพักนึงก่อนจะรู้สึกตัวตนก็ไปประคองตัวขึ้น แต่ก็ไม่เห็นมีบาดแผลอะไร แต่จะช้ำในหรือไม่อันนี้ตนก็ไม่รู้ และอุบัติเหตุครั้งนั้นจะเป็นเหตุให้นายสำรวย เสียชีวิตได้หรือไม่ตนก็ตอบไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับผลชันสูตร เพราะเหตุการณ์ก็ผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว
โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายถาวร ผญบ.ที่ถูกกล่าวหาว่าขับรถชนนายสำรวย ก็เล่าว่า วันเกิดเหตุตนขับรถยนต์มาจากบ้านตะโกจะไปบ้านลุงซึ่งบริเวณสี่แยกที่ตนจะเลี้ยว ก็เห็นนายสำรวย ยืนอยู่กับเพื่อนคาดว่าน่าจะดื่มเหล้ากัน ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถชนนายสำรวย คาดว่าจังหวะที่ตนเองเลี้ยวเข้าซอยนายสำรวย น่าจะเมาแล้วเซลมไปเองมากกว่า เพราะปกติก็ดื่มเหล้าเมาและล้มเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งตนก็แปลกใจว่าทำไมผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วเพิ่งจะมาเอาเรื่องหาว่าตนขับรถชน ทำไมไม่เอาเรื่องตั้งแต่แรก
ส่วนที่หาว่าตนเองเมานั้น ยอมรับว่า ดื่มแต่ไม่ได้เมา แต่ที่ญาติคาใจและเรียกร้องให้ตนเองรับผิดชอบนั้น ก็ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถชน และสาเหตุการเสียชีวิตก็ไม่แน่ชัดว่าเพราะอะไร แล้วจะให้ตนไปรับผิดชอบได้ยังไง ส่วนที่ญาติว่าทำไมไม่ไปงานศพเพราะยายที่อยู่ข้างบ้านก็เสียชีวิตตนก็ไปช่วยงานเขาตลอด แต่งานศพนายสำรวย ก็จะไปในฐานะลูกบ้านที่เสียชีวิตอยู่แล้ว