นายอำเภอบางสะพานน้อยยันหน่วยงานรัฐนิติบุคคลมีอำนาจยื่นฟ้องศาลเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 เกาะทะลุ
วันที่ 10 ก.ค.60 ชนการ ทิพย์ประเสริฐสุข นายอำเภอบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบครอบระวางแผนที่บนหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณเกาะทะลุ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งมอบหมายให้แจ้งความดำเนินคดี กรณีมีปัญหาความขัดแย้งขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อรังวัดแนวเขต น.ส. 3 จำนวน 14 แปลง เนื้อที่ 128 ไร่ บนเกาะทะลุ หมู่ 3 ต.ทรายทอง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการกระทำที่เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ และ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยฝ่ายปกครองอำเภอรอคำสั่งจากหน่วยงานระดับจังหวัด หากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความเห็นชอบตามบันทึกที่ปลัดจังหวัดนำเสนอ ผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการได้ตามกฎหมายทันที และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจรจาเพื่อยุติปัญหากับคู่ขัดแย้งในกรณีดังกล่าวตามที่มีการปล่อยข่าว เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับศักดิ์ศรีของข้าราชการหลายหน่วยงาน และ ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
นายชนการ กล่าวอีกว่า ปัญหาเอกสารสิทธิ์บนเกาะทะลุ หลังจากอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องในคดีอาญาข้อบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ แต่หากส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลหากยังติดใจสงสัย สามารถไปฟ้องคดีต่อศาลได้เองโดยตรง ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กรมป่าไม้ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทรายทอง โดยฟ้องศาลขอให้เพิกถอนได้ หากเชื่อว่า น ส 3 ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหลังจากมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยไม่จำต้องรอการดำเนินการเพิกถอนตามกระบวนการมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดิน
พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผู้บังคับการตำรวจภูธร ( ผบก.ภ.) จ.อุทัยธานี อดีตรอง ผบก.ปทส. คณะทำงานฯ กล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดควรพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อใช้อำนาจศาลสั่งให้มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ หากมั่นใจว่าในอดีตเจ้าหน้าที่รัฐออก น.ส. 3 โดยมิชอบ จากการยืนยันสารบบที่ดิน สค. 1 ที่มีทั้งหมู่ 2 และ หมู่ 3 สค.1 จำนวน 14 แปลง ไม่สามารถนำมาเรียงต่อกัน มีการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ นอกจากนั้นยังระบุว่า สค. 1 บางแปลง ยืนยันว่าติดที่ดินของนายผิน นายเชย และ นายเผียน แต่ล่าสุดพบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ปรากฎรายชื่อใน สค.1 ในกลุ่มที่ออก นส. 3 แต่อย่างใด