ผบช.สตม. นำทีมแถลงข่าวจับคดีสำคัญ พร้อมสั่งคุมเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19

ภูมิภาค21 มิ.ย. 2563 • 16:44 น.
ผบช.สตม. นำทีมแถลงข่าวจับคดีสำคัญ พร้อมสั่งคุมเข้มสกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19
วันที่ 21 มิถุนายน 2563 เวลา 14.30 น. ที่สถานีตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดอุดรธานี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชันจันทร์ รอง ผบช.สตม.,นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี ได้ร่วมแถลงข่าว คดีลักทรัพย์แฮกเงินจากบริษัทตู้เติมเงิน และคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามา ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีการบริหารจัดการโรคระบาด ของรัฐบาล ให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ตอนนี้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อ มีแต่ติดมาจากนอกประเทศและถูกกักตัว โดยเฉพาะ จ.อุดรธานี ทุกภาคส่วนร่วมมือกันทำให้สถานการณ์ ดีขึ้นมาก ทำให้องค์การอนามัยโลกได้ยกย่องประเทศไทย เป็นอันดับ 2 ในการบริหารงานป้องกันโรคโควิด-19 จึงจำเป็นต้องการมีเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง ของการหลบหนีเข้ามาเมืองจากต่างประเทศ ที่จะมาในประเทศไทย เพราะบุคคลพวกนี้ อาจจะนำเชื้อเข้ามาในประเทศของเรา ทั้งนี้ได้กำชับตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัด ให้บูรณาการ ทุกฝ่าย ในการป้องกัน ทำให้เห็นว่า ในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา ช่วงมีการแพร่ระบาด โควิด-19 ใน ตม.4 สามารถจับกุม การหลบหนีเข้ามา จำนวน 1,200 ราย ในช่วงที่มีการปิดประเทศ ทุกธุรกิจปิดหมด แรงานก็เดินทางกลับบ้าน โดยเฉพะกัมพูชา พม่า และลาว แต่ตอนนี้สถานการณ์ประเทศไทยดีขึ้นมาก ทำให้วันนี้เป็นวันที่ 26 ที่ไม่มีการติดเชื้อ แต่ก็มีติด 1 ราย ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็มีการพิจารณา ในการผ่อนคลาย เฟสที่ 4 โดยจะเริ่มเข้าภาวะปกติ ทำให้มีความต้องการของแรงงาน ในตลาด แต่เนื่องจากเรายังไม่เปิดพรมแดน ซึ่งมาตรฐาน ของประเทศเพื่อนบ้าน มีการควบคุม ได้ดีพอหรือยัง ของเชื้อปกติ พอด่านปิดก็จะมีการลักลอบกลับเข้ามา โดยทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม. จะมีการประสานความร่วมมือกัน ทุกจังหวัด เพื่อป้องกันแรงต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองมา รวมถึงแก๊งมิจฉาชีพ รับจ้างขน แรงงาน ต่างด้าวเข้ามา ขอฝากเตือนว่า ตำรวจมีการตรวจเข้ม อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้บุคคลดังกล่าว นำเชื้อเข้ามาในประเทศไทย เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งขอความร่วมพี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อลดลง แต่เราจะประมาทไม่ได้ ต้องดูแลช่วยกัน ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชันจันทร์ รอง ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองผิดกฎหมาย ร่วมกับ ตม.หนองคาย สืบสวนกรณีบริษัทผู้ให้บริการ “ตู้เติมเงิน” ถูกอดีตพนักงานตนเอง คือ น.ส.ภรณ์สุดา เขตคำ อายุ 30 ปี มีความชำนาญด้าน ไอที. ถูกจับกุมที่ จ.หนองคาย 20 มิ.ย.63 และนายสุขสันต์ คำดี อายุ 51 ปี ดูแลตู้เติมเงิน ถูกจับกุมที่ จ.ลำปาง เช้าวันนี้ 21 มิ.ย.63 โดยกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน และเข้าถึงระบบคอมฯ โดยไม่ชอบ ระหว่าง 19 ม.ค.63-19 มี.ค.63 โดย น.ส.ภรณ์สุดา ได้นำเอาพาสเวิร์ดของพนักงานที่เธออบรมให้ มาแฮกเข้าไปในระบบแต่ละตู้ แล้วโอนเงินเข้า 6 บัญชี 216 ครั้ง ความเสียหาย 414,700 บาท ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม.ชัยภูมิ จับกุม นายอนุกุล พันธไชย อายุ 38 ปี ขับรถตู้ช่วยเหลือนำแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา 10 คน จะไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยจับกุมได้ที่ช่องทางรอง อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งจากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดสารภาพว่า หลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ จ.สุรินทร์ จึงได้แจ้งข้อหา “ เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนนายอนุกูล แจ้งข้อหา “ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” จากการขยายผลจับพบนางซิม สไรเมา อายุ 36 ปี นำชาวพม่า จำนวน 16 คน เดินลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ เข้ามาทางชายแดนเขต ตำบลด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อจะเข้ามาหางานทำ ในพื้นที่ชั้นใน จึงได้ดำเนินการจับกุม แล้วทำการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร โดยทันที เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่บาดเชื้อวิด-19.