ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน กว่า 5,000 คน หลั่งไหลมืดฟ้ามัวดิน เข้าร่วมพิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่บุญยัง อาจาโร
ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน กว่า 5,000 คน หลั่งไหลมืดฟ้ามัวดิน เข้าร่วมพิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่บุญยัง อาจาโร อายุ 96 ปี 48 พรรษา เกจิอาจารย์สาย "หลวงพ่อเดิม"
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2562 ที่เมรุชั่วคราววัดนิลาวรรณ์ประชาราม ตำบลวังโบสถ์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ กว่า 4,000 - 5,000 คน ต่างหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่บุญยัง อาจาโร อายุ 96 ปี 48 พรรษา เกจิอาจารย์สาย "หลวงพ่อเดิม" ที่มีประชาชนเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ซึ่งได้ละสังขารลงอย่างสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 21.19 น. ที่ผ่านมา ศิริอายุ 96 ปี 1 เดือน 26 วัน
โดยมี นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ส.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 4 เป็นประธานในพิธี ทอดผ้าไตรบังสุกุล และ พระศรีพัชโรดม เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ วัดมหาธาตุ (พระอารามหลวง) ประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล วางดอกไม้จันทร์ ตามด้วยคณะสงฆ์ และสามเณร ก่อนเปิดโอกาสให้สาธุชน ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนที่เคารพศรัทธา กว่า 4,000 - 5,000 คน ได้ทยอยเข้าร่วมวางดอกจันทร์ ซึ่งพบว่ามีการต่อแถวยาวเหยียดจนบางส่วนล้นออกนอกประตูวัด โดยจะทำการประกอบพิธีประชุมเพลิงจริง ในช่วงเวลา ราว 20.00 น. ในวันเดียวกันนี้
ด้านนายลอย พรมน้อย อายุ 47 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนและครอบครัว ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญยัง มานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยหากทางวัดมีงาน หรือ มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ตนและครอบครัว จะต้องนำโรงทาน และ พืชผักสดชนิดต่างๆ มาร่วมทำบุญกับทางวัดเป็นประจำ ไม่ได้ขาด และยิ่งเมื่อทราบข่าวว่าหลวงปู่บุญยัง ได้ละสังขารลงอย่างสงบ ตนและครอบครัว จึงได้ตั้งใจนำผักสดหลากหลายชนิด มาร่วมทำบุญกับหลวงปู่ ตลอดระยะเวลาทั้ง 12 คืนที่ผ่านมา และในวันนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมเพลิงสรีระสังขาร ก็ได้จัดตั้งโรงทานลูกชิ้นทอด เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทาน และเป็นการทำบุญเช่นเดียวกับโรงทานอื่นๆ ในคราวเดียวกันนี้
สำหรับ อัตชีวประวัติ หลวงปู่บุญยัง อาจาโร ถือกำเนิดในสกุล เดชขจร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2466 ที่ ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อนายเล็ก และ นางแจ๋ว เดชขจร ช่วงวัยเยาว์เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4ที่บ้านเกิด พออายุได้ 17 ปี ได้บวชเป็นสามเณรด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา จึงได้เล่าเรียนจนสอบได้นักธรรมตรี นักธรรมโท และ นักธรรมเอก ตามลำดับ ท่านจบเปรียญธรรม 3 ประโยค เมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุครบบวช 21 ปี จึงได้อุปสมบทตามโบราณประเพณี เพื่อทดแทนคุณบิดา มารดา จากนั้นท่านได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ "หลวงพ่อเดิม" และได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน กำหนดจิต จนกระทั่งมีความรู้แก่กล้าตามลำดับ จึงออกเดินท่องธุดงควัตรไปตามสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งสังขารหลวงปู่ท่านแก่ชราภาพมากแล้ว บรรดาญาติลูกหลานและศิษย์ยานุศิษย์ จึงได้กราบนิมนต์หลวงปู่ท่านมาพักจำพรรษาอยู่วัดนิลาวรรณ์ประชาราม ในปัจจุบัน เป็นเวลา 12 พรรษา กระทั่งท่านได้ละสังขารอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา 21.19 น.