ตาวัย 67 เผาตอยูคาลิปตัสลามสวนมะม่วงยันไม่ได้กลั่นแกล้ง

ภูมิภาค30 ก.ค. 2566 • 22:28 น.โดย อุดม ปิดตาทานัง
ตาวัย 67 เผาตอยูคาลิปตัสลามสวนมะม่วงยันไม่ได้กลั่นแกล้ง

วันที่ 30 ก.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายสมดี อายุ 67 ปี และคุณยายทองใส อายุ 68 ปี ชาวบ้านที่บ้านกุดน้ำใส ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นำเอกสารที่นายมนูญศักดิ์ อายุ 37  ปี เจ้าของสวนมะม่วงนำบันทึก รับคำร้องทุกข์คดีอาญาของสภ.หนองวัวซอมาร้องเรียนผู้สื่อข่าว แจ้งว่าเจ้าของสวนมะม่วงจะดำเนินคดีกรณีสองตายายจุดไฟเผาตอยูคาลิปตัส แล้วลามไปยังสวนมะม่วงเสียหาย พร้อมกับ เรียกค่าเสียหายทั้งหมดจำนวน 2,000,000 บาทและต้องจ่ายภายใน 15 วันนี้ ขณะที่คุณยายทองใสยังร้องไห้ ช่วยยายด้วยเถิด ยืนยันยายไม่ได้ไปนามาเกือบ 2 ปีแต่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมเผาด้วย

ทั้งนี้นางปรานี ไชยคำภา ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผย ค่าเสียหายที่นายมนูญศักดิ์ เจ้าของสวนมะม่วงเรียกร้องไปนั้นตนเองมองว่า มันแพงเกินไป ขณะที่เจ้าของสวนมะม่วงเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เชื่อว่าโดนคุณตาสมดีกลั่นแกล้งแน่นอน เพราะเหตุมันหลายครั้งแล้ว อย่างจุดไฟลามมา 2 ครั้งแล้ว และยังฉีดยาฆ่าหญ้าลามไปมายังสวนมะม่วงของตนเองที่อยู่ติดกัน มะม่วงเกือบร้อยต้นที่ตนเองปลูก เป็นมะม่วงที่ตั้งใจให้ออกผลผลิตนอกฤดูกาลเพื่อนำไปขาย เมื่อเกิดความเสียหายแบบนี้จึงต้องเรียกร้องค่าเสียหายตามที่แจ้งเอาไว้ เจอกันที่ศาลอย่างเดียว

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายสมดีอีกครั้ง โดยวันนี้มีเพื่อนบ้านเดินทางมาให้กำลังตาสมดีเต็มบ้าน เพื่อให้กำลังใจเชื่อว่าตาไม่มีเจตนาจะกลั่นแกล้งเจ้าของสวนมะม่วง  พร้อมกันนี้ตามสมดีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า กรณีเจ้าของสวนมะม่วงกล่าวหาว่าลุงกลั่นแกล้งนั้น “ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแน่นอน กรณีตนฉีดยาฆ่าแมลง แล้วหาว่าจงใจเอาไปฉีดใส่สวนมะม่วงหรือไร่มันสำปะหลังนั้นไม่จริง อาจจะเป็นละอองฝอยที่ลอยไปปลิวไป ไม่ได้เจตนาเข้าไปฉีดใส่ตนขอยืนยัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 4 ครั้ง ไฟไหม้ครั้งแรกตนเองจุดไฟตรงที่ตนเองแต่ลามไปที่ของอดีตผู้ใหญ่บ้าน และลามไปไหม้สายยางของเจ้าของสวนมะม่วง จ่ายค่าเสียหายไปแล้ว

ส่วนที่เหตุที่เหลือเป็นการฉีดยาฆ่าหญ้าในพื้นที่นาของตนเอง ถามว่าตนเองไปกลั่นแกล้ง ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งแน่นอน หากพูดคุยกันไม่ได้จะดำเนินคดีผมผมไม่มีเงินไปจ่ายค่าเสียหายเป็นล้านๆ คงต้องยอมติดคุกหรือเอาเงินคนแก่ผ่อนชำระเอาจนกว่าจะตาย ตาสมดีอย่างอย่างเศร้าใจในตอนท้ายที่ถูกอีกฝ่ายมองว่ากลั่นแกล้ง