สุดยอดตำรวจสตูล!! รวบทันควันหัวขโมยตระเวนลักทรัพย์เงินทำบุญวัด
รวบทันควันหัวขโมยตระเวนลักทรัพย์เงินทำบุญวัด สารภาพลงคนเดียวเลือกวัดที่สนิทและทำบุญบ่อยเดือนเดียวก่อเหตุ 2 วัด
วันที่ 23 มิ.ย. 62 กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล มอบหมายให้ พ.ต.ท.มูฮัมหมัดสุกรี นุ่งอาหลี สว.พงส.สภ.ละงูช่วยราชการกก.สส.ภ.จว.สตูล ,ร.ต.อ.สานิต ขวัญสุข ,ร.ต.อ.รำซ๊ะ เกปัน รองสวป.สภ.ละงู ด.ต.สนั่น พลลิพัง ด.ต.สิทธิโชค สารศรี ด.ต.พีรพัฒน์ เงินเรือง พร้อมกำลังหลังมีพลเมืองดีแจ้งว่า นายปิยะพัทธ์. เครืองาม อายุ 35 ปีบ้านเลขที่ 314 ถนนศุลกานุกูล. ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล มีพฤติกรรมใช้จ่ายเงินเกินตัว มีเงินมากกว่าปกติและมีพระเครื่องจำนวนหลายองค์ เปิดห้องพักอาศัยอยู่ที่ห้องลีลาวดี3 โรงแรมดัง หมู่ที่6 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบอาจเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จ.89/2562 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2562
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจสอบประวัติพบว่านายปิยะพัทธ์ เครืองาม เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จ.89/2562 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2562 จริงโดยต้องหาว่า “ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆในเคหะสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป”
จึงแสดงหมายจับดังกล่าวและขอตรวจค้นภายในห้องพักดังกล่าวโดยนายเอก. หรือนายปิยะพัทธ์ ยินยอมให้ตรวจค้นและเป็นผู้นำการตรวจค้น จากการตรวจค้นนายเอกให้การต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าตนเองได้ลักทรัพย์พระเครื่องจำนวนหนึ่งและเงินจำนวน 112,000 กว่าบาท ของ วัดควนกาหลง และได้นำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อโทรศัพท์ที่ร้านหน้าตลาดพรหมวิจิตรตำบลกำแพง อำเภอละงู จากนั้นได้ซื้อสร้อยคอทองคำหนึ่งเส้น แหวนหนึ่งวง ที่ห้างทอง ตำบลละงู เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหานายเอก หรือนายปิยะพัทธ์ ทราบว่าลักทรัพย์หรือรับของโจรตามคดีอาญา สภ.ควนกาหลง ตามคดีอาญาที่ 308 / 2562 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2562
พร้อมยึดของกลางได้คืน 1.เงินสด รวมเป็นเงิน 84,500 บาท ตรวจพบอยู่ในกระเป๋าของผู้ถูกจับ 2.สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 3.แหวนทอง หนัก 3.7 กรัม จำนวน 1 วง 4.พระเครื่องและเหรียญ ตรวจพบอยู่ในถุงห้างทอง รวมจำนวน 33 รายการ ประกอบด้วย พระเครื่อง พระสมเด็จไกเซ่อ เนื้อว่าน , พระกริ่งเงินมารุ่น2 , พระบรมธาตุศรีเมืองใต้ ,พระหลวงพ่อเชียงแสน 5.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
หลังตำรวจชุดจับกุมควบคุมตัวมาสอบปากคำและทำบันทึกต่อที่ สภ.ควนกาหลง ทางวัดควนกาหลง โดยพระมหาคลี เจ้าคณะจังหวัดสตูล ได้เดินทางมาดูของกลางทันใดนั้นนายเอก หรือปิยะพัทธ์ ผู้ต้องหา ได้ก้มลงกราบพร้อมขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปว่าตนทำผิดไปแล้ว มีความจำเป็นถึงได้ไปขโมยของขอให้ยกโทษให้ตนด้วย จากนั้นพระมหาคลีได้สอบถามว่าเข้าไปขโมยช่วงไหนและเข้าไปทางไหน โดยผู้ต้องหายอมรับว่าปีนเข้าทางหน้าต่างขณะที่พระออกไปทำวัด
นอกจากนี้นายเอก หรือปิยะพัทธ์ ได้รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงในช่วงเดือนนี้ 2 วัดเท่านั้นคือวัดท่าจีน อ.เมืองสตูล และวัดควนกาหลง โดยเลือกวัดที่เคยไปทำบุญและวัดที่สนิท โดยเงินที่ขโมยของวัดท่าจีนได้ใช้หมดแล้ว เลยมาก่อเหตุวัดนี้ต่อ ส่วนพระเครื่องที่ขโมยมาไม่รู้ว่าพระเครื่ององค์ไหนมีราคาหรือไม่แต่ก็ขโมยมาด้วย โดยทางพระเจ้าคณะจังหวัดสตูลได้ยอมรับว่าเงินที่ผู้ต้องหาขโมยไปเป็นเงินของญาติโยมที่เอามาทำบุญ