“สุดทน”ฟ้องศาลแพ่งฟันโรงย้อมทวีชัยฯปล่อยน้ำเสียทำลายสวนพุทราเจ๊ง 8ล้าน-ขาดทุน 5ปี “ศาลนัด 22 ก.ค.แก้ข้อกล่าวหา”

ภูมิภาค18 ก.ค. 2562 • 02:00 น.
“สุดทน”ฟ้องศาลแพ่งฟันโรงย้อมทวีชัยฯปล่อยน้ำเสียทำลายสวนพุทราเจ๊ง 8ล้าน-ขาดทุน 5ปี “ศาลนัด 22 ก.ค.แก้ข้อกล่าวหา”
จากกรณี น.ส.บุษบา ขาวเจริญ ชาวบ้านหมู่ 8 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ร้องเรียนความเดือดร้อน ว่า สวนพุทราและต้นมะขามเทศ ในเนื้อที่ 7ไร่ ได้รับผลกระทบจากโรงงานฟอกย้อมทวีชัยการฯ ตั้งอยู่ข้างเคียงติดกัน ปล่อยน้ำเสียรั่วซึมเข้ามาภายในสวนมานานหลายครั้ง เป็นเหตุให้ผลผลิตเสียหาย นาน 5 ปี ทำให้มีต้นพุทราล้มตายหลายต้น แม้ที่ผ่านมาได้เข้าร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ปรากฏว่า ไม่สามารถช่วยแก้ไขให้ยุติปัญหาตามกำหนดเวลา จึงมอบอำนาจให้นายศรีสุวรรณ จรรยา สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เป็นตัวแทนไปฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อเอาผิดลงโทษ จนท.รัฐในพื้นที่ตาม ม.157 และเจ้าของโรงฟอกย้อม รวมทั้งสิ้น 7 ราย เพื่อยุติปัญหาความเดือดร้อนจากพืชผลการเกษตรเสียหายหนัก จากปัญหาน้ำเสียพะลักเข้าสวนดังกล่าวจนผลผลิตเสียหายหลายล้านบาท (ตั้งแต่ปี 57) ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าล่าสุด (ที่ศาลแพงกรุงเทพ รัชดา กทม.) น.ส.บุษบา ขาวเจริญ พร้อมด้วยนายเล็ก ขามเจริญ ฐานะหัวหน้าครอบครัว และญาติพี่น้อง เจ้าของสวนพุทรา รวม 12คน ในฐานะร่วมกันเป็นเจ้าทุกข์ผู้เดินเรื่องฟ้องร้องต่อศาล ในคดีแพงเพื่อเรียกค่าเสียหายดังกล่าว คิดเป็นเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น จำนวน 8,610,215 บาท (แปดล้านหกแสน หนึ่งหมื่นสองร้อยสิบห้าบาท) โดยมีนายธัชสพล พลเดช ผู้รับมอบหมายเป็นทนายในข้อหาในคดีฟ้องแพงดังกล่าวนี้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายมาตั้งแต่ปี 2557 คิดเป็น ต้นไม้และผลผลิตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียทะลักเข้าสวนพุทรา ทำให้ครอบครัวต้องขาดผลผลิตรวมระยะเวลากว่า 5 ปี “ต่อมาทางศาลได้พิจารณาและวินิจฉัยหลังการตรวจสอบแล้ว จึงเห็นควรตามเหตุการณ์ที่ที่เกิดขึ้น โดยมีหลักฐานะภาพถ่าย และคลิบถ่านทำไว้เป็นหลักฐานส่งมอม มาประกอบสำนวนที่เพียงพอ จึงได้ประทับรับฟ้องร้องไว้ตามคดี (หมายเลขดำที่ สว.2 /2562) เมื่อ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีคู่กรณีมีในระหว่าง นายเล็ก ขาวเจริญ กับพวก 12 คน ฐานะผู้เป็นโจทย์ ในส่วนผู้เป็นจำเลย (คู่ความ) คือ นายทวีชัย พงษ์พิพัฒน์ เป็นเจ้าของโรงงานย้อม บริษัททวีชัย การย้อมจำกัด ต่อมาทนายของจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา เพื่อยื่นคำให้การหรือให้ปากคำของฝ่ายจำเลย เนื่องจากมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีจำนวนมาก ซึ่งอ้างว่า พึ่งได้รับหนังสือการปิดหมาย (ถูกฟ้องเรื่องดังกล่าว) ไปเมื่อวันที่ 4 พ.ค.2562 ที่ผ่านมานี้ ทำให้จำเลย จัดทำสำนวนแก้ต่างคดีให้ทนายฯเพื่อใช้ต่อสู้ไว้ไม่ทัน ดังนั้นจึงขออนุญาตขยายเวลาให้การฯออกไป “ทั้งนี้เมื่อศาลวิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในคดีดังกล่าวนี้มีประเด็นปัญหาและข้อเท็จจริงอยู่จำนวนมาก จึงมีเหตุอันควร จึงให้จำเลยมายื่นคำให้การในวันที่ 22 กรกฏาคม 2562 ต่อไป และเนื่องจากฝ่ายจำเลยยังอยู่ในช่วงเวลาที่จำเลยมีสิทธิ ยื่นคำให้การเลื่อนนัดชี้สองสถาน หรือนัดสืบพยายออกไปได้ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ในเวลา 09.00 น.ตามที่กำหนดให้ต่อไป” ด้าน น.ส.บุษบา ขาวเจริญ เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยมอบให้คุณศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน ฟ้องไปก่อนหน้าแล้ว คือ เมื่อ 28 ก.ย.2561 กระทั่งศาลปกครอง ได้มีคำตัดสิน ชี้ว่า จนท.ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (ม.157) จากเป็นเหตุที่ปล่อยให้โรงงานฟอกย้อม ปล่อยน้ำเสียเล็ดรอดเข้าในสวน จนก่อกระทบทำพุทราและสวนมะขามเทศ มีความเสียหาย และมีต้นไม้ยืนต้นตาย 7 ต้น ซึ่งปรากฏว่า คำตัดสินมี ดังนี้ 1.) พิพากษาให้อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ใช้อำนาจตาม พรบ.โรงงาน 2535 สั่งการให้ผู้ประกอบการโรงงาน จัดการปูพื้นบ่อบำบัดป้องกันน้ำเสียที่รั่วซึมออกไปภายนอกโรงงาน รวมทั้ง 6 บ่อ และ 2.) สั่งให้กระทรวงอุตสาหกรรม ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายให้แก่ชาวบ้านที่เกิดต้นพุทราเสียหาย เป็นจำนวนเงิน 109,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จ (ภายใน 180 วัน) นับแต่คดีถึงที่สุดต่อไป