เด็ก นร.สตูล แสบคอ หายใจไม่ออก ร้องขอให้ผู้ใหญ่ไม่เผาป่า และทำฝนเทียม
เด็กๆจ.สตูลร้องขอให้ผู้ใหญ่ไม่เผาป่า และทำฝนเทียม เพราะรู้สึกแสบคอ หายใจไม่ออก ต้องไปหาซื้อหน้ากากมาใส่เอง. ขณะที่ รร.เร่งประชาสัมพันธ์งดเด็กๆทำกิจกรรมกลางแจ้ง และดูแลสุขภาพหวั่นเจ็บป่วยจนเสียการเรียน
วันที่ 23 ก.ย.62 วิกฤตหมอกควัน จ.สตูล อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นวันที่สองแล้ว หลังลมได้หอบกลุ่มหมอกควันจากเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มาปกคลุม ส่งผลให้ท้องฟ้าขมุกขมัวไปทั้งเมือง
ขณะที่โรงเรียนอนุบาลสตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ประกาศเป็นระยะให้นักเรียนงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง เฝ้าระวังกลุ่มควันที่จะส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งขณะนี้พบมีเด็กในโรงเรียนเริ่มมีอาการเจ็บคอ หายใจติดขัด และเป็นผื่นคันตามผิวหนังที่เชื่อได้ว่าอาจเป็นผลมาจากหมอกควันไฟที่ปกคลุมในพื้นที่ จ.สตูล ในขณะนี้
โดยทางโรงเรียนได้เน้นย้ำการดูแลตัวเองในช่วงหมอกควันอันตรายปกคลุม เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยและเสียการเรียน. โดยให้เด็ก ๆหมั่นดื่มน้ำบ่อยๆ ซึ่งทางผู้ปกครองที่พบว่าบุตรเป็นภูมิแพ้ง่ายจะเตรียมหน้ากากอนามัยให้เด็กติดตัวมาด้วยขณะมาโรงเรียน
โดยเด็กชายนัควัด พลลิพัง นร.ชั้น ป.6/4 รร.อนุบาลสตูล บอกว่า ตัวเองรู้สึกแสบคอ หายใจติดขัดจึงไปหาซื้อหน้ากากอนามัยแบบชนิดผ้าอันละ10 บาท มาป้องกันฝุ่นที่อยู่ในอากาศขณะนี้ แม้ตอนนี้ยังไม่แสบตา แต่รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้แต่อยากร้องขอให้ผู้ใหญ่ไม่เผาขยะ เผาป่า และหากช่วยทำฝนเทียมทำให้หมอกควันที่หนาแน่นเบาบางลงด้วยก็ดี
นายอุทัย กาญจนะ ผอ .สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล กล่าว ได้แจ้งสถานศึกษาในสังกัดให้ แจ้ง นักเรียน ผู้ปกครองได้ เฝ้าระวัง อาการของ นักเรียน อาการ ไอ ผื่นคัน ดูแลเรื่องสุขภาพ อันตรายจากสภาวะหมอกควัน รวมทั้งการป้องกัน ซึ่งฝากประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอหน้ากากป้องกันฝุ่นจากควันอินโดนีเซีย