เร่งระบายน้ำลุ่มน้ำปากพนัง​ กังวลคนจมน้ำตายเพิ่มกับมวลน้ำระลอกใหม่

ภูมิภาค11 ธ.ค. 2563 • 16:28 น.
เร่งระบายน้ำลุ่มน้ำปากพนัง​  กังวลคนจมน้ำตายเพิ่มกับมวลน้ำระลอกใหม่
เร่งระบายน้ำท่วมขังลุ่มน้ำปากพนังสูบ-ดันเต็มพิกัดรอรับมวลน้ำก้อนใหม่​ พื้นที่ลุ่มน้ำขังเน่ากระจาย ผวจ.เตือนระวังไม่ควรประมาทหลังสูญเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 21 ศพ นี่คือภาพมุมสูงบริเวณประตูระบายน้ำบางไทร ตำบลบางศาลา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากกรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำสูงสุด และติดเครื่องผลักดันน้ำพร้อมทั้งเครื่องสูบน้ำ แล้วเดินเครื่องเร่งระบายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำที่ค้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ออกไปยังแม่น้ำปากพนัง หลังจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูงเริ่มคลี่คลายทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยมีนายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ติดตามและเร่งรัดการระบายน้ำ โดยกรมชลประทานได้ใช้เครื่องสูบน้ำผลักดันน้ำติดตั้งตามจุดระบายน้ำสำคัญรวมถึง 71 ตัว นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะน้ำที่กระจายอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ขณะนี้น้ำในพื้นที่เต็มทั้งหมดหากมีน้ำก้อนใหม่เข้ามานั้นได้แจ้งเตือนทุกท้องที่ให้เตรียมตัว การเร่งระบายน้ำเพื่อเร่งพร่องน้ำให้มีพื้นที่รับน้ำเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของสถานการณ์นั้นสิ่งที่กังวลคือความสูญเสียจากการจมน้ำช่วงที่ผ่านมาจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการสูญเสียถึง 21 ราย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระวังและไม่ประมาท ส่วนบรรยากาศในลุ่มน้ำปากพนังชั้นใน เช่นตำบลเกาะทวด ตำบลชะเมา อำเภอปากพนัง ยังมีพื้นที่น้ำท่วมบ้านเรืองเป็นวงกว้างแต่ที่กำลังสร้างปัญหาคือภาวะน้ำเน่าเสียที่กำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อาศัยของประชาชนและพื้นที่ทมางการเกษตร โดยสาเหตุนั้นคือการเน่าเสียของวัชพืชเป็นหลัก โดยมีรายงานของการเจ็บป่วยของประชาชนโดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคผิวหนังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีความเสียหายจากภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นประกอบด้วยปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขัง รวม 10 อำเภอ 40 ตำบล 218 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ถึง 6 ธันวาคม 2563 มีพื้นที่ประสบภัย รวม 23 อำเภอ 164 ตำบล 1550 หมู่บ้าน 120 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 931,364 คน 328,784 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 21 ราย บ้านพังเสียหายบางส่วน 4,216 พังเสียหายทั้งหลัง 29 หลัง ด้านเกษตรได้รับผลกระทบด้านพืช 123,436 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 1,080,607 ไร่คาดว่าเสียหาย 258,730 ไร่ ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 26,209 ไร่กระชังปลา 30,537 ตารางเมตร ด้านปศุสัตว์ ได้รับแจ้งสัตว์ตาย/สูญหาย 14,286 ตัว ด้านคมนาคม เส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ ถนนกรมทางหลวง 61 สายทาง(ผ่านได้ทุกเส้นทางแล้ว) ถนนทางหลวงชนบท 39 สายทาง ผ่านได้ 38 สายทาง ยังผ่านไม่ได้ 1 สายทาง เส้นทางรถไฟยังมีน้ำท่วมขัง 1 จุด คาดว่า 14 ธันวาคมนี้ จะสามารถเดินรถได้ตลอดสาย