อ้างเลียนแบบเกมต่อสู้!! ตร.บุรีรัมย์คุมคนร้ายทำแผนจี้ชิงทรัพย์ “ร้านสะดวกซื้อ”

ภูมิภาค18 ก.ค. 2565 • 06:53 น.
อ้างเลียนแบบเกมต่อสู้!! ตร.บุรีรัมย์คุมคนร้ายทำแผนจี้ชิงทรัพย์ “ร้านสะดวกซื้อ”

ผบก.บุรีรัมย์ คุมตัวผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ได้เงินไปจำนวน 1,500 บาท ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างอารมณ์ชั่ววูบไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ชอบเล่นเกมต่อสู้ คาดเลียนแบบเกมทดสอบความกล้า

  จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาถนนสหนพมาศ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงเทพฯ ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลตำบลลำปลายมาศ ได้เงินไปจำนวน 1,500 บาท โดยคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชาย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อแขนยาว สีครีม มีฮูดใช้คลุมศีรษะ สวมหน้ากากสีเหลืองปิดบังใบหน้า สวมถุงมือสีดำ กางเกงวอร์มสีฟ้า รองเท้าผ้าใบสีดำ ในมือถือปืน 1 กระบอก ใช้สำหรับจี้บังคับให้พนักงานที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ 2 คน เปิดลิ้นชักเพื่อหยิบเอาเงิน โดยใช้เวลาเพียง 40 วินาที แล้วคนร้ายก็วิ่งออกจากร้านและหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลา 01.30 น.ของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา

  หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ลำปลายมาศ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วริษฐ์ ดำพลงาม รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ลำปลายมาศ นำกำลังชุดสืบออกลงพื้นที่แกะรอยตามภาพกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหน เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟลำปลายมาศ อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุก็พบชายที่สวมเสื้อผ้าเหมือนกับคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ เดินเข้าและออกร้านขายไก่ย่างชื่อดังช่วงเวลาไล่เลี่ยกับช่วงที่เกิดเหตุ

 

 

  จากนั้น เวลาประมาณ 12.00 น. (17 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจนปิดเข้าทำการตรวจสอบภายในร้านดังกล่าวว่า มีใครที่มีรูปพรรณตรงกันหรือไม่ พบนายเจษฎากรณ์ หรือเจ อายุ 21 ปี ลูกชายเจ้าของร้านกำลังยืนย่างไก่ช่วยพ่ออยู่ จึงได้นำภาพหลักฐานให้ดูนายเจ ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ลำปลายมาศ และให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้ปืนบีบีกันจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อจริง ได้เงินไปจำนวน 1,500 บาท

  ล่าสุด เวลา 10.00น. วันนี้ (18 ก.ค.) พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ฯ ปรก.รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์  และ พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.ลำปลายมาศ ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมให้เจ้าหน้าที่นำตัว นายเจษฎากรณ์ หรือเจ อายุ 21 ปี  ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาถนนสหนพมาศ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงเทพฯ ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลตำบลลำปลายมาศ  โดยจุดทำแผนมีอยู่ 2 จุด คือ จุดที่ผู้ต้องหาขึ้นไปยืนบนเคาน์เตอร์ ใช้จี้บังคับให้พนักงานที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ 2 คน เปิดลิ้นชักเพื่อหยิบเอาเงินส่งให้ ก่อนหลบหนี และจุดที่สระน้ำ หลังวัดสง่าท่าชลที ผู้ต้องหาเอาปืนที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงเสื้อผ้า รองเท้า และถุงมือที่สวมใส่ในวันก่อเหตุไปทิ้ง การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานมากนักก็แล้วเสร็จ

  ทั้งนี้ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้ปืนบีบีกันจี้ชิงเงินร้านสะดวกซื้อจริง ได้เงินไปจำนวน 1,500 บาท เป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท รวม 15 ใบ ซึ่งเงินที่ได้ก็นำไปฝากธนาคารเข้าบัญชีตัวเอง 400 บาท ซื้ออาหารแมว 200 บาท ซื้อขนมและอาหาร 100 บาท เหลือ 700 บาท วางไว้บนตู้ภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน ก่อเหตุเสร็จก็เดินกลับบ้านไปบอกแฟนสาวแล้วก็ทำตัวเป็นปกติ

  ส่วนเหตุจูงใจ นายเจ อ้างว่า เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบไม่ได้ตั้งใจจะก่อเหตุ เพราะไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน แต่ยอมรับว่า ชอบเล่นเกมแนวยิงต่อสู้ ส่วนปืนอ้างว่าเก็บได้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะแม้จะเป็นปืนบีบีกันแต่ข้างในบรรจุกระสุนจริง 1 นัด จะสืบสวนหาที่มาอีกครั้ง ส่วนเหตุจูงใจนั้นยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเพราะครอบครัวผู้ก่อเหตุค่อนข้างมีฐานะไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเงิน แต่สันนิษฐานว่าอาจจะมีพฤติกรรมเลียนแบบเกมแล้วก่อเหตุ เพื่อทดสอบความกล้าของตัวเองหรือไม่

  เหตุการณ์ครั้งนี้ วงจรปิด ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ เพราะสามารถบันทึกภาพได้ตั้งแต่ตอนที่นายเจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร จากนั้นเวลา 01.26 น. (17 ก.ค.65) ลงมือก่อเหตุ โดยใช้เวลาเพียง 40 วินาที วิ่งออกจากร้าน จากนั้นเวลา 01.34 น. พบภาพเดินกลับเขาบ้าน เพื่อไปเอารถจักรยานยนต์ที่บ้านแล้วขับไปวัดสง่าท่าชลที เพื่อเอาปืนที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงเสื้อผ้า รองเท้า และถุงมือที่สวมใส่ในวันก่อเหตุไปทิ้งสระน้ำหลังวัด