ชายแดนใต้ระอุ! บึ้ม-เผา17จุด

ภูมิภาค17 ส.ค. 2565 • 23:45 น.
ชายแดนใต้ระอุ! บึ้ม-เผา17จุด

 คนร้ายลอบวางระเบิด-เผา 17 จุดรวด 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปั้มน้ำมัน-ร้านสะดวกซื้อ วอด  รองแม่ทัพน้อยที่4 เผยคนก่อเหตุแต่งกายเป็นหญิง เร่งลาตัวมาดำเนินคดี "นายกฯประณามเหตุป่วน กำชับจนท.ขยายผลหาเหตุจูงใจ

     เมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 เวลาประมาณ 00.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณ ถนนทางหลวง 43 ปัตตานี-หาดใหญ่ บ้านโคกกอดอนยาง หมู่ 8 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมหน่วยกรมทหารพรานที่ 43 นำโดย พ.อ.ทวีพร สอดส่อง ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และปิดเส้นทางตั้งแต่ 4 แยกดอนยาง บังคับห้ามรถสัญจรเข้าออก
  
   เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบปั๊มน้ำมันกำลังเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมรถน้ำเต็มคันจำนวน 3 คัน เร่งเข้าระงับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แต่เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีระเบิดลูกที่ 2 เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังทหาร พร้อมโล้กำบังเข้าพร้อมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพื่อความปลอดภัย โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
    
 จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบมีรถบรรทุกน้ำมันโดนไฟลุกทั่วทั้งคัน พร้อมด้วยรถ 10 ล้อพวง ที่จอดอยู่ใกล้รถบรรทุกน้ำมันก็ได้รับความเสียหายหนัก รวมไปถึงหัวจ่ายปั๊มน้ำมันที่มีอยู่ในปั้มจำนวน 4 จุด หลังคาได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ 
    
 สำหรับปั้มน้ำมันดังกล่าวเปิดให้บริการทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยก่อนเกิดเหตุมีพนักงานปั๊มจำนวน 3 คน ทำงานปกติในช่วงกะกลางคืน ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถจยย.เป็นพาหนะขับเข้ามาจอดและตะโกนว่ามีระเบิดพร้อมไล่ให้พนักงานหนีออกจากปั๊ม จากนั้นคนร้ายน่าจะนำรถบรรทุกน้ำมันขับมาจอดไว้บริเวณหัวจ่าย แล้วได้ดึงหัวจ่ายออกมาฉีดน้ำมันจนท่วมปั๊มและรถบรรทุกน้ำมันหวังที่จะก่อวินาศกรรมให้เกิดเพลิงไหม้และระเบิดปั๊มอย่างรุนแรง ก่อนจะนำระเบิดมาซุกไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดแบบตั้งเวลา จนกระทั่งเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถระงับเหตุได้ก่อนที่เพลิงจะลุกลามร้านค้าต่างบริเวณรอบๆ ของปั๊ม
  
   ด้าน พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคนร้ายลอบวางระเบิดปั้มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ หลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบจุดที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 17 จุด ในพื้นที่จ.ปัตตานี 2 จุด จ.ยะลา 6 จุด และจ.นราธิวาส 9 จุด เป้าหมายคือร้านสะดวกซื้อ 7-11 จำนวน 11 แห่ง มินิบิ๊กซี 4 แห่ง เสาส่งสัญญาณ 1 แห่ง และปั้มบางจาก 1 แห่ง
   
  จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นพนักงานร้าน และคนที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่จะมีอาการหูอื้อ สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นสันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะมีลักษณะก่อเหตุเหมือนกัน คือมีการใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ และมีการแต่งกายคล้ายผู้หญิง ใช้ระเบิดเพลิงขว้างเข้าไปในที่พื้นที่เป้าหมาย บางแห่งเป็นการวางระเบิดข้างในและกดระเบิด แต่ที่หนักที่สุดคือที่ปั๊มบางจาก เพราะเป็นการใช้ระเบิดแสวงเครื่องจุดระเบิดผ่านถังแก๊สที่วางไว้ตรงรถบรรทุกน้ำมันที่จอดตรงหัวจ่ายน้ำมัน จุดนี้ทำให้ได้รับความเสียหายมากที่สุด
    
 ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุทาง พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่รีบควบคุมสถานการณ์ และขณะนี้ทางชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด หรืออีโอดี และชุดพิสูจน์หลักฐานได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบหลักฐานนำไปสู่การหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป ที่สำคัญตอนนี้เราต้องดำเนินการคือหาตัวผู้ทำความผิดและเร่งเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย
   
  พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าเป็นความพยายามของกลุ่มขบวนการโดยไม่เน้นเป้าหมาย แต่เน้นกลุ่มเปราะบาง เพราะหลังจากการพูดคุยสันติสุขเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา วันที่ 3 ส.ค.กลุ่มคนร้ายก็ลอบยิงชาวบ้านที่ไปหาของป่าที่จ.นราธิวาสเสียชีวิตทันที จากนั้นก็มีเหตุการณ์วางระเบิดแหล่งท่องเที่ยว ยิงชาวบ้าน ยิงรถไฟ วางระเบิดร้านสะดวกซื้อ โดยเขามีวิธีการทำลายเน้นเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งเป็นเป้าหมายกลุ่มเดิมๆของโจร เพราะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก และสร้างความเดือดร้อน ทำลายยานพาหนะ และทำลายภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ อีกทั้งระยะหลังเพื่อต้องการกดดันรัฐบาล และทำลายความน่าเชื่อถือ และมีโอกาสเป็นไปได้ เพื่อทำลายเสถียรภาพรัฐบาล เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ล่อแหลม 
  
   พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนของวันที่ 17 ส.ค.65 ในหลายพื้นที่ของ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และจ.นราธิวาส รวมกว่า 17 จุด  โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไม่ทราบชื่อและไม่ทราบจำนวน ได้ลักลอบวางระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายจุด ในพื้นที่ของ จ.ปัตตานี จำนวน 2 จุด (อ.หนองจิก อ.ทุ่งยางแดง) จ.ยะลา จำนวน 6 จุด (อ.เมือง อ.บันนังสตา อ.รามัน อ.ยะหา) จ.นราธิวาส จำนวน 9 จุด (อ.บาเจาะ อ.เจาะไอร้อง อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.จะแนะ อ.รือเสาะ)  โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว จากนั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ EOD และเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมกันทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทำการพิสูจน์ทราบหาตัวคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
  
   พล.ต.อ. ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.  เปิดเผยว่า การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต จะเห็นได้ว่าการก่อเหตุครั้งนี้คนก่อเหตุได้มีการไล่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อเหตุให้ออกจากพื้นที่ก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ คนร้ายกลุ่มดังกล่าวต้องการแค่ต้องการทำลายขวัญเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในพื้นที่เพื่อให้หยุด การปฏิบัติการเชิงรุกกับกลุ่มตน  แต่ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานตำรวจในพื้นที่ทุกหน่วยซึ่งร่วมกับหน่วยงานทหาร ให้เร่งสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อจับกุมตัวกลุ่มก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว 

  
   สำหรับผู้บาดเจ็บเบื้องต้นที่ได้รับรายงานในแต่ละพื้นที่ สภ.บันนังสตา มี 4 ราย 1. น.ส.นูรีตา ปาเซเลาะ อายุ 24 ปี มีอาการคลื่นไส้ ส่ง รพ.บันนังสตา แพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน 2. น.ส.สิริลักษณ์ หะยีแยนาอายุ 24 ปี มีอาการปวดศีรษะ ส่ง รพ.บันนังสตา แพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน 3. น.ส.สุไรยา สามะอายุ 28 ปี มีอาการแน่นหน้าอกหูอื้อ ส่ง รพ.บันนังสตา 4. น.ส.ด่วนโชว์รายา ลอจิ อายุ 26 ปี มีอาการปวดศีระหูอื้อ ส่ง รพ.บันนังสตา แพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน
   
  สภ.ศรีสาคร มี 2 ราย 1.ด.ช.อาบูคอรี กาเด อายุ 14 ปี ถูกเศษแก้วบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ส่งรพ.ศรีสาคร 2.น.ส.วิไลวรรณ แก้วสุข อายุ 23 ปี มีอาการแน่นหน้าอก ส่ง รพ.ศรีสาคร ส่วน สภ.สุไหงโก-ลก มี 1 ราย คือ นายปรัชชานนท์ ดือราแม อายุ 19 ปี มีอาการแน่นหน้าอก ส่ง รพ.สุไหงโก-ลก แพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน

     ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานสถานการณ์เหตุระเบิดพร้อมกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว ทั้งนี้นายกฯ ประณามผู้ก่อเหตุ กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งสอบสวนหาสาเหตุ และแรงจูงใจการก่อเหตุ พร้อมให้ขยายผลไปยังผู้ร่วมก่อเหตุ และยังฝากความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่และทุกภาคส่วนย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความความระมัดระวัง ที่สำคัญต้องดูแลรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น