ผลกระทบเขื่อนกั้นโขง ทำน้ำโขงเปลี่ยนสี ส่งผลปลาเขตอภัยทานวัดหายโศก อ.สังคม หายไปกว่าครึ่ง

ภูมิภาค23 ม.ค. 2564 • 17:29 น.
ผลกระทบเขื่อนกั้นโขง ทำน้ำโขงเปลี่ยนสี ส่งผลปลาเขตอภัยทานวัดหายโศก อ.สังคม หายไปกว่าครึ่ง
ผลกระทบเขื่อนกั้นโขง ทำน้ำโขงเปลี่ยนสี ส่งผลปลาเขตอภัยทานวัดหายโศก อ.สังคม หายไปกว่าครึ่ง เผยชาวประมงพื้นบ้านงดออกเรือเพราะจับปลาไม่ได้ วันที่ 23 มกราคม 2564​ ภายหลังจากที่น้ำในแม่น้ำโขง จากน้ำที่เคยเป็นขุ่นสีปูน ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล โดยนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงาม แต่ที่สำคัญคือสัญญาณอันตราย ที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้น้ำนิ่ง จนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่าง หินทราย ทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวน เกิดจากผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนในประเทศลาว ถือเป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย นอกจากนี้หลังน้ำโขงแห้ง ยังเกิดปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่สวยงาม หลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่งชี้ว่าภัยแล้งวิกฤตจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ อาชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ทั้งนี้ปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสี นักวิชาการเรียกว่า Hungry Water Effect: เมื่อน้ำโขงหิวตะกอน น้ำห่างฝั่งใสเป็นสีฟ้าราวน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำหิว” คือ น้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้า ในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกัดเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ โดยสิ่งที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อปลาได้ดีที่สุดคือที่เขตอภัยทานด้านหลังวัดหายโศก ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่ง พระมหาพิทักษ์ชัยจารุธมฺโม เจ้าอาวาสวัดหายโศก อ.สังคม จ.หนองคาย เจริญพรว่า ปลาในช่วงนี้มีอาหารข้างล่างคือ “เทา” และทำให้ปลาไม่ขึ้นมากินอาหาร เนื่องจากความผันผวนของแม่น้ำโขง และทำให้ปลาหายไป โดยเมื่อก่อนที่น้ำโขงมีสีปูนปลาจะมีจำนวนมาก แต่ทุกวันนี้ก็มีแต่ไม่ขึ้นมาเนื่องจากใต้แม่น้ำโขงจะมีอาหารปลาคือ เทา ,ตะไคร้น้ำ เนื่องจากแม่น้ำมันผิดปกติ ทำให้เกิดเทา เกิดสาหร่ายขึ้นมา ทำให้ปลาหนีไปที่อื่นเพราะมีอาหารอยู่ทั่วไป โดยเมื่อก่อนจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ประมงพบปลาอาศัยอยู่หลังวัดกว่า 28 ชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นปลายอน ปลาขบ ปลาตะเพียน ฯลฯ จำนวนมาก แต่เมื่อแม่น้ำเปลี่ยนสี ปลาหนังเช่นปลาบึก ปลายอน จะหายไปทันทีและไม่พบอีกเลย ซึ่งมีคนพบบ้างแต่น้อยมาก ซึ่งในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาเกิดความผันผวนของแม่น้ำโขง ปลาแทบจะหายไป แต่เมื่อน้ำขุ่นเป็นสีปูน ตะไคร้น้ำ และ เทา หายไป ปลาก็จะกลับมา ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ที่มีอาชีพหาปลาแทบจะไม่มีใครออกเรือหาปลา เพราะจับปลาไม่ได้ อีกทั้งรสชาติของปลาก็ไม่เหมือนเดิมเนื่องจากน้ำโขงที่เปลี่ยนสี “สิ่งที่อาตมาห่วงที่สุดคือความผันผวนของแม่น้ำโขง ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ บวกกับคนในพื้นที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา" พระมหาพิทักษ์ชัยจารุธมฺโม เจ้าอาวาสวัดหายโศก เจริญพร.