เถียงกันวุ่น! ผู้ปกครองขอนำลูกออกจากศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ หลังพบคลัสเตอร์ นร.ตำรวจ-ครูฝึก-แม่ครัวติดเชื้อ 202 ราย
วันนี้ (23 พ.ย. 64) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่พบนักเรียนและบุคลากรภายในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 บ้านไพรสะเดา ซึ่งตั้งอยู่ ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ติดเชื้อโควิด-19 เกือบ 200 ราย โดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบหรือได้รับแจ้งจากทางศูนย์ฯ ว่ามีการดูแลรักษาอย่าไรบ้าง สร้างความกังวลใจให้ผู้ปกครองของนักเรียนตำรวจที่เป็นห่วงลูกหลานของตน ซึ่งผู้ปกครองแต่ละรายต่างเป็นห่วงลูกหลานที่อยู่ข้างในว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีหรือไม่
ล่าสุดวันนี้บรรดาผู้ปกครองของนักเรียนตำรวจ กว่า 30 คน ได้รวมตัวกันเดินทางไปยัง ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ที่ราชบุรี เพื่อติดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และ สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ของบุตรหลาน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากท่อ และ สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ได้ออกมาร่วมพูดคุยและชี้แจงให้ผู้ปกครองของนักเรียนตำรวจเพื่อเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์ฝึกฯ
โดยทางศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ได้ชี้แจงว่า การแพร่ระบาดภายในศูนย์ฝึกฯ นั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคหาต้นตอของการแพร่ระบาดโรค ซึ่งเริ่มมีการรายงานงานการระบาดเชื้อตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้มีการพบนักเรียนเริ่มแสดงอาการป่วยและ ได้ทำการสุ่มตรวจเชื้อนักเรียนนายสิบตำรวจที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติหรือมีอาการเจ็บคอ แน่นหน้าอก โดยใช้ชุดตรวจ ATK ซึ่งผลการตรวจแสดงผลติดเชื้อรวม 39 นาย และในวันที่ 19 - 20 พ.ย.64 ทีมเจ้าหน้าที่ รพ.ปากท่อ ได้เข้ามาดำเนินการตรวจ RT-PCR หาเชื้อรวมทั้งสิ้น 592 นาย ผลปรากฏว่า นักเรียนนายสิบตำรวจ 561 นาย ติดเชื้อ 179 นาย แม่ครัว 14 คน ติดเชื้อ 3 คน ครูฝึกและตำรวจรักษาการณ์ 17 นาย ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด รวมผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 182 นาย และข้อมูลล่าสุดพบติดเชื้อเพิ่มอีก 20 คน รวมแล้ว 202 ราย ทำให้ผู้ปกครองเกิดความไม่พอใจและมีการเรียกร้องที่จะขอนำตัวบุตรหลานออกมารักษาตัว และ แยกกักตัวตามที่ทางผู้ปกครองประสานไว้ โดยทางผู้ปกครองนักเรียนพยายามเรียกร้องแต่ปรากฏว่าทางศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องและคำตอบเป็นที่น่าพอใจของผู้ปกครองได้ จึงเกิดการขึ้นเสียงกันอยู่ชั่วขณะ
ผู้ปกครองนักเรียนตำรวจ กล่าวว่า วันนี้พวกตนอยากมาเรียกร้องและความชัดเจนจากศูนย์ฝึกฯว่า เด็กที่ติดโควิด กับ เด็กที่ไม่ติดโควิดมีการจัดแยกกันอย่างไร และเราอยากนำบุตรหลานของเรากลับออกมารักษาเอง เพราะว่าผู้ปกครองมีกำลังจะได้แบ่งเบาพาระของครูฝึกทุกท่าน เพราะครูฝึกบางท่านเป็นโควิดแล้ว ศักยภาพของผู้ปกครองเต็มร้อย หลังจากที่มีการพูดคุยกันแล้ววันนี้เรายังได้คำตอบที่ไม่ชัดเจน ไม่ได้ตามเป้าหมายของทางที่กลุ่มผู้ปกครองมา คือว่าได้คำตอบจากหลายๆที่ไม่โอเค เพราะเขาบอกว่า “เป็นโควิดแล้วหายเอง เป็นเองหายเอง” บางคนไม่ต้องกินยา ตอนนี้ลูกๆอยู่รวบกัน ในรายที่ไม่ติดคิดว่า 1-2 วันนี้อาจจะติดเชื้ออย่างแน่นอน ตอนนี้เราไม่สามารถติดต่อกับลูกๆได้เลย ติดต่อผ่านทางครูฝึกได้อย่างเดียว แต่หลังจากนี้พวกตนก็จะรองดูจากข้อเสนอที่เราได้บอกไว้คือเราอยากติดต่อลูกได้บ้าง เนื่องจากเป็นห่วงสุขภาพ และ การติดเชื้อโควิด เพราะตั้งแต่มีการติดเชื้อมาเราไม่ได้รับการแจ้งจากศูนย์ฝึกเลย มีแต่ทราบข่าวจากกลุ่มไลน์ของผู้ปกครองที่ตั้งกันขึ้นมาเท่านั้น
นพ.ประเสริฐ ฉัตรวิชชานนท์ ผู้อำนวยการปากท่อ และผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ได้กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้มีผู้ป่วยรวมแล้วทั้งสิ้น 202 ราย ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดและอยู่ระหว่างการกักตัว โดยเด็กส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์ที่ดูแลมีอาการที่ไม่รุนแรง ส่วนที่แอดมิดมี 9 ราย มีอาการไข้ และ แน่นหน้าอก และการตรวจค่าออกซิเจนในเลือดยู่ในเกณฑ์ที่ดี และ เด็กทั้งหมดฉีดวัคซีนครบแล้ว ส่วนที่มาของเชื้ออยู่ระหว่างการสอบสวนโรคว่ามาจากที่ใด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักเรียน และ กลุ่มของแม่ครัว
นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องของทางผู้ปกครองที่จะขอนำบุตรหลานกลับไปรักษานั้น เรื่องนี้คงทำไม่ได้ ห้ามเคลื่อนย้ายตามกฎหมาย พรบ.โรคติดต่อ เพราะถ้าให้กลับไปอาจจะเป็นครัชเตอร์ใหม่ได้ ขอให้เชื่อมันในกระบวนการของทางสาธารณสุข เรามีโรงพยาบาลสนามที่จะรองรับและดูแลนักเรียนได้ และ ภายในศูนย์ยังเปิดศูนย์แยกกักกันโรคออกจากผู้เสี่ยงสูง อีกทั้งเรายังมีทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้นเราจะนำนักเรียนที่เป็นผู้ป่วยไปอยู่โรงพยาบาลสนามวัดเขาวังราชบุรี และ ผู้ที่เสี่ยงสูงจะมีการจัดระบบและที่พักให้ดีขึ้นและเปิดให้ผู้ปกครองมาเยี่ยมได้ตามมาตรการความคุมโรค และผู้ปกครองสามารถติดต่อและตามอาการของนักเรียนตำรวจได้ นอกจากนี้เรายังจัดทีมดูตลอด 24 ชม. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองด้วย