เกิดเหตุสลด ดช.15 ปีคลั่งคว้าค้อนกระหน่ำตีหัว ดช.วัย 12 ปี เสียชีวิต

ภูมิภาค21 ธ.ค. 2564 • 16:12 น.
เกิดเหตุสลด ดช.15 ปีคลั่งคว้าค้อนกระหน่ำตีหัว ดช.วัย 12 ปี เสียชีวิต
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 20 ธันวาคม พ.ต.ท.ชำนาญ ประจวบเหมาะ สารวัตรเวร สภ. ชะอำ รับแจ้งเหตุมีบุคคลถูกทำร้ายเสียชีวิตภายใน ตึกแถวซอยอนันตชัย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอยชะอำใต้ 1 และซอยชะอำใต้ 2 เขตเทศบาลเมืองชะอำ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วายุภักษ์ วงศ์ศักดิรินทร์ผกก.สภ.ชะอำ ทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวให้เช่า 3 ชั้นภายในห้องนอนชั้น 2 พบ ร่างเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ชาว จ.สมุทรสงคราม มีอาชีพขายถั่วและพลุริมชายหาด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพศพถูกของแข็งตีที่บริเวณหลังศีรษะ ท้ายทอย และกลางหน้าผาก หลายแห่ง จนกะโหลกแตก ใกล้กันพบรอยเลือดกระเด็นเปื้อนฝาผนัง หลายจุด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือเด็กชาย บี (นามสมมติ )อายุ 15 ปี ชาว อ.ชะอำ หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Scoopy i สีดำ-ฟ้า หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 4269 เพชรบุรี หลบหนีมุ่งหน้าชายหาดชะอำเหนือ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจักรยานยนต์ทำการตรวจสอบและสกัดจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่สายตรวจพบรถจักรยานยนต์ผู้ก่อเหตุคันจอดอยู่บริเวณชายหาดชะอำเหนือ จึงตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบเด็กชายบี กำลังเดินอยู่บนถนนเลียบชายหาด บริเวณ ซอยชะอำเหนือ 5 ใกล้ป้อมตำรวจรุจิรวงศ์ จึงเข้าทำการตรวจสอบ ทันที่ เด็กชายบีเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชักอาวุธปืนพกขึ้นมาจ่อที่บริเวณใต้คางตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องล้อมและเตรียมใช้ยุทธวิธีเข้าชาจน์จับกุมตัว กระทั่งเจ้าหน้าที่สังเกตุพบว่าเป็นปืนปลอมจึงเข้าชาร์จ จับกุม เบื้องต้น ดช.บี มีลักษณะอาการเลื่อนลอยพูดจาวกไปวนมา จับใจความได้ว่าไม่พอใจที่ผู้ตายพูดจากวนชวนโมโห เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาที่สภ.ชะอำ สอบถามนาง ซี (นามสมมุติ) แม่ ดช.เอ ผู้เสียชีวิตทราบว่า ดช.เอ เคยมาเที่ยวเล่นกับ ดช.บีผู้ก่อเหตุหลายครั้ง คืนวันที่ 20 ธันวาคม เวลาประมาณ 22.00 น.ดช.เอได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ตนได้โทรศัพท์ตาม และได้ยินเสียงโวยวายจากคนอื่น และจากนั้นลูกชายก็ไม่รับโทรศัพท์อีกกระทั่งเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงโทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิต อยากให้ดำเนินคดีเอาผิดอย่างถึงที่สุดให้ถึงประหารชีวิต เบื้องต้นเนื่องจากผู้ก่อเหตุ เป็นเยาวชนอายุ 15 ปี เจ้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำจะได้ประสาน เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป