ทนายฟ้องดารา-พิธีกรดัง หมิ่นประมาทหลวงพี่น้ำฝน

ภูมิภาค22 ส.ค. 2566 • 23:37 น.
 ทนายฟ้องดารา-พิธีกรดัง หมิ่นประมาทหลวงพี่น้ำฝน

ไวยาวัจกรวัดไผ่ล้อมลุยฟ้อง ดาราสาว-ผู้บริหาร-ผู้ประกาศข่าวช่องดัง กราวรูด 10 คน ข้อหาหมิ่นประมาท หลวงพี่น้ำฝน ปมจัดพิธีเปลี่ยนผ้าครองสรีรสังขารหลวงพ่อพูล 

     ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 ทนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ไวยาวัจกรวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อยื่นเรื่องฟ้องคดีอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากับ ดารา ผู้บริหาร ผู้ประกาศข่าวช่องดัง รวม 10 คน กรณีการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์และการนำเสนอข่าวออกสื่อโทรทัศน์มีเนื้อหาเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และการดูหมิ่นพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กรณีการจัดพิธีเปลี่ยนผ้าครองสรีรสังขารหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม

     ทนายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า สำหรับการฟ้องร้องดำเนินคดีดังกล่าว ที่มีจำเลยมากถึง 10 ราย ซึ่งรวมไปถึงผู้บริหารสถานีโทรทัศน์และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 นายจตุรงค์ จงอาษา เป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ "Jaturong Mantaso Jongarsa" เปิดเป็นสาธารณะ มีผู้ติดตาม จำนวน 42,597 คน โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค.66 ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามและด้อยค่าความเป็นพระและการใช้ถ้อยคำดังกล่าวไม่เหมาะสมและไม่ควรอย่างยิ่งที่ชาวพุทธจะนำมาใช้เรียกชื่อพระภิกษุ และเจ้าตัวก็ได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชนว่าเป็นนักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา จึงควรวางตัวให้เหมาะสมกับการยอมรับในสังคม ซึ่งประเด็นมาจากการที่วัดไผ่ล้อมได้มีการจัดพิธีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขาร หลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหามาร่วมในพิธีการซึ่งเป็นการจัดพิธีมายาวนานถึง 18 ปี เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

       กรณีนี้เคยมีการฟ้องร้องไปก่อนหน้าแล้ว แต่ก็มาพบว่านายจาตุรงค์ได้มีการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์และให้สัมภาษณ์กับสื่อโทรทัศน์ ดูแล้วไม่ได้เป็นการวิจารณ์ที่สังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรและมีหลายข้อความในการดูหมิ่นและหมิ่นประมาทอีก นำมาซึ่งการฟ้องในวันนี้ และการให้สัมภาษณ์ทางสื่อทีวี ซึ่งผู้บริหาร ผู้ประกาศและบรรณาธิการต้องตรวจสอบในเรื่องของการให้ข่าวที่บิดเบือน ข่าวที่หมิ่นประมาท ซึ่งต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยและในส่วนของบริษัทผู้ผลิตรายการ ซึ่งกรรมการผู้มีอำนาจต้องควบคุมต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมจึงต้องมีการฟ้องร้องร่วมไปด้วยทำให้มีผู้ที่ต้องฟ้องร้องถึง 10 ราย

     ทนายศุภภัทร์พจน์ กล่าวต่อว่า การกระทำของนายจาตุรงค์เป็นการกระทำต่อเนื่องจากที่เคยไปออกรายการ ซึ่งยังมีการให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งหากพบว่ามีการไปโพสต์หรือให้สัมภาษณ์กับรายการใดหรือหากตรวจสอบพบอีกหากเข้าข่ายในการหมิ่นประมาทก็จะทำการฟ้องร้องอีก ส่วนคนที่มาคอมเม้นท์ คนที่มาประจำหรือเจ้าประจำก็จะมีการฟ้องร้องเพิ่มเติม ส่วนประชาชนที่ยังไม่ทราบยังไม้เข้าใจหลวงพี่น้ำฝน ท่านก็ได้ให้แนวทางว่าอยากจะให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่เข้าใจว่านายจาตุรงค์ต้องการอะไรและทำไปเพื่ออะไร และอยากให้สื่อมวลชนเข้าในใจว่า ในการนำเสนอข่าวหรือข้อมูลจะต้องตรวจสอบว่าเป็นการนำเสนอที่เข้าข่ายในการหมิ่นประมาทหรือไม่ด้วย และหลวงพี่น้ำฝนเองก็ไม่เคยใช้สื่อออนไลน์ในการโพสต์ตำหนิพระหรือประชาชน แต่ท่านก็ใช้ในการให้สติให้กระทำความดีเท่านั้น