รวบแล้ว2คนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดีทำทีช่วยเหลือเหยื่อรถน้ำมันหมดก่อนทำร้ายเหยื่อชิงรถจยยหนี
จากกรณีที่มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 29 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางด้านตำรวจสภ.บางเสาธง ว่าถูกสองคนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดี เข้าให้ความช่วยเหลือเนื่องจากผู้เสียหายนี้ขับขี่รถจยย.มาตามถนนเทพารักษ์ จนถึง กม 19 แล้วรถเกิดนำมันหมดจึงเข็นรถมาตามทางจนถึงเทพารักษ์ กม 20 จากนั้นปรากฎว่ามีวัยรุ่นสองคนขับขี่และซ้อนท้ายกันมาได้จอดแสดงตัวเป็นพลเมืองดีจะช่วยเหลือยันรถผู้เสียหายไปเติมน้ำมัน โดยมีการพูดจาสอบถามกันไปมาก่อนที่จะยันรถมาตามทางได้ไม่ไกลจนสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายมาได้ลงมาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจากนั้นชิงรถจยย.ขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ของวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนเทพารักษ์ กม 20 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุจับภาพเอาไว้ได้ หลังก่อเหตุได้ขับหลบหนีเข้าทางวัดมงคลนิมิตมุ่งหน้าออกถนนบางนาตราด โดยฝ่ายสืบสวนสภ.บางเสาธง ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนทราบเบาะแสว่าหลบหนีเข้าเขตสภ.สำโรงเหนือ
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วงเวลา 18.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองตนได้แล้ว โดย พ.ต.ท. ปราการ จงประสิทธิ์ รองผกก.สส. สภ.บางเสาธง พ.ต.ต. ชินทัตต์ วิเชียรเจริญ สว.สส.สภ.บางเสาธง และฝ่ายสืบสวน คุมตัวสองผู้ต้องหาประกอบด้วย นายผจงวิทย์ เกตุเล็ก อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ซ้อนท้ายรถลงมาก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายแล้วชิงรถไป อีกคนคือนาย ณัฐวุฒิ ยิ่งโสภณ อายุ 33 ปี ที่ร่วมกันก่อเหตุมายังสภ.บางเสาธง พร้อมกับรถจักรยานยนต์ของกลางที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ไปและใช้ก่อเหตุ
ด้านพ.ต.อ. นิรันดร ฟักสุบัน ผกก.สภ.บางเสาธง เปิดเผยว่าสำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นภัยสังคมและต้องเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว สำหรับสองผู้ต้องหารายนี้ฝ่ายสืบสวนได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลังก่อเหตุได้ ขับมุ่ง หน้าเข้าถนนศรีนครินทร์เข้าเขตสภ.สำโรงเหนือ ฝ่ายสืบสวนจึงเร่งประสานกับสภ.สำโรงเหนือเพื่อสกัดจับกุม จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับกุมคาด่านตรวจของตำรวจสภ.สำโรงเหนือในข้อหาเมาแล้วขับจึงมีการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ อายัดและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ ในเวลากลางคืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, และ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ"