เจ้าอาวาสระทมผู้รับเหมาทิ้งงานสูญเงิน 1.3ล้าน เจ้าภาพถอดใจหยุดสร้าง

ภูมิภาค9 ม.ค. 2564 • 03:18 น.โดย ดุสิต
เจ้าอาวาสระทมผู้รับเหมาทิ้งงานสูญเงิน 1.3ล้าน เจ้าภาพถอดใจหยุดสร้าง
เจ้าอาวาสระทม!! หลังผู้รับเหมาสร้างศาลาปฏิบัติธรรมภายในวัดทิ้งงานทั้งที่ยังสร้างไปไม่ถึง 40% เบิกเงินไปกว่า 1.3 ล้านบาท แถมวิศวกรหน่วยงานท้องที่ตรวจสอบไม่ได้มาตรฐานหวั่นพังลงมาทับชาวบ้านจนตั้งสั่งรื้อ เจ้าอาวาสเผยโยมเจ้าภาพถอดใจขอหยุดไม่สร้างต่อหลังสูญเงินนับล้าน จนทำให้วัดต้องหาปัจจัยสร้างเอง วอนญาติโยมร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างต่อให้เสร็จ (9 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องจากพระภาณุพงษ์ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำกุญชรราษฎร์รังสรรค์-ถ้ำขุนกุญชร ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ว่าทางวัดกำลังได้รับความเดือดร้อนจากช่างผู้รับเหมาที่มีโยมผู้ใจบุญเป็นเจ้าภาพในการจัดสร้างมูลค่าจำนวน 2,900,000 บาท เพื่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม โรงครัว และ ห้องสุขา ไม่ยอมกลับมาสร้างให้เสร็จตามสัญญาที่ได้มีการทำการว่าจ้างให้ก่อสร้าง โดยหายตัวไป พร้อมเก็บอุปกรณ์เครื่องมือในการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา และ ไม่สามารถติดต่อได้ในทุกช่องทางจนถึงปัจจุบัน และมีการเบิกเงินจากเจ้าภาพไปจำนวน 3 ครั้ง รวมแล้วประมาณ 1.3 ล้านบาทแต่ทว่าสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 รายการกลับมีความคืบหน้าไปเพียง 30-40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเป็นเหตุทำให้เจ้าภาพซึ่งเป็นผู้ที่สร้างถวายกับทางวัดนั้น เกิดถอดใจหลังต้องสูญเงินนับล้าน ช่างทิ้งงาน และสร้างไม่สำเร็จเสร็จ จนทำให้วัดต้องหาปัจจัยในการสร้างต่อให้สำเร็จ เกิดความเสียหายรอบด้าน ทั้งหนี้ภาระที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่มีมูลค่า 3 ล้านบาท ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดถ้ำกุญชรราษฎร์รังสรรค์-ถ้ำขุนกุญชร พบกับทาง พระภาณุพงษ์ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสวัด พร้อมด้วยนายยงยุทธ ผลอเนก นายก อบต.หนองกระทุ่ม นายเดชาวัต กลิ่นจันทร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าภาพผู้จัดสร้างถวายกับทางวัด และช่างวิศวกรจาก อบต.หนองกระทุ่ม และชาวบ้าน กำลังเดินตรวจสิ่งปลูกสร้าง ศาลาปฏิบัติธรรมที่กำลังก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ หลังจากที่เกิดความมั่นใจแล้วว่าทางช่างผู้รับเหมาได้มีการทิ้งงานไม่กลับมาก่อสร้างต่อให้เสร็จตามสัญญา ซึ่งทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2564 การก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมมีขนาด 20x32 เมตร ทางผู้รับเหมาได้ทำการขึ้นโครงเหล็กหลังคาและมุงหลังคาแล้วทั้งหลัง ส่วนฐานรากและตัวอาคารยังไม่ได้มีการก่อสร้างใดๆ ทางด้านโรงครัวยังไม่มีการขึ้นรูปอาคารมีแค่เสาเท่านั้น ทางด้านห้องน้ำมีการก่อสร้างขึ้นโครงสร้างก่อผนังเป็นล็อคแต่ยังไม่มุงหลังคา พระภาณุพงษ์ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสวัด เปิดใจกับทางผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้อาตมากำลังทุกข์ใจอย่างหนัก เนื่องจากเดิมทีการก่อสร้างก็เป็นไปด้วยดี ผู้รับเหมาได้ทำสัญญากับทางเจ้าภาพ และได้มีการเริ่มก่อสร้าง ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม ศาลาปฏิบัติธรรมหลังนี้จะใช้เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมให้กับทางพระภิกษุสงฆ์ของทางวัด และ ญาติโยม และยังเป็นอาคารหลังแรกของทางวัดหลังจากทีได้รับการประกาศตั้งวัด เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา หากอาคารหลังนี้เสร็จ แต่กลับมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ที่คาดว่าผู้รับเหมาจะทิ้งงานเป็นแน่ชัดเพราะทางเจ้าภาพและอาตมาพยายามติดต่อก็ไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากที่มีการขนของเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.63 ซึ่งก่อนวันปีใหม่ และคิดว่าจะกลับมาทำงานคามสัญญาเมื่อวันที่ 5 ม.ค.64 ที่ผ่าน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง หนำซ้ำทางเจ้าภาพเกิดทอดใจขอยุติการเป็นเจ้าภาพไว้ก่อน ทำให้ทางวัดต้องหาปัจจัยในการก่อสร้างต่อซึ่งต้องใช้ปัจจัยอีกว่า 1.7 ล้านบาท รวมไปถึงภาระต่างๆที่จะต้องเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างด้วย พระภาณุพงษ์ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสวัด กล่าวอีกว่า เคราะห์ซ้ำอีกเป็นเหตุให้ต้องซื้อโครงสร้างหลังคาใหม่ทั้งหมด หลังจากที่ทางวิศวกรจากทาง อบต.หนองกระทุ่ม ได้เข้ามาตรวจสอบกับพบไม่มีการขออนุญาต การเขียนแบบแปลนในการก่อสร้างจากทางช่างผู้รับเหมา โครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน โครงเหล็กหลังคาเล็ก เสาตั้งห่าง จึงสั่งให้มีการรื้อถอนและเสริมโครงเหล็กใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้มาตรฐานและมีความแข็งแรง หากปล่อยให้สร้างต่อจะส่งผลเสียในอนาคต หลังคาอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหวเกิดพังลงมาได้ เหมือนกับต้องสร้างใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น กลับต้องหาปัจจัยเพิ่มเพื่อก่อสร้างอีก นายเดชาวัต กลิ่นจันทร์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าภาพผู้สร้างถวายวัด กล่าวว่า ตนซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากคุณสุพรรษา ภักดีศักดิ์ศรี พร้อมด้วยสามี ชาวอำเภอเมืองราชบุรี ให้เป็นผู้ดำเนินการตรวจงาน และประสานงานด้านการก่อสร้างกับทางผู้รับเหมาและทางวัด โดยสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดมี 3 รายการ คือ ศาลบาลปฏิบัติธรรม โรงครัว และ ห้องน้ำ ซึ่งทางคุณสุพรรษา พร้อมด้วยสามีได้เดินทางมาทำบุญที่วัดและเกิดความศรัทธาต่อทางเจ้าอาวาส และเห็นว่าทางวัดยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ จึงได้เป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างถวายให้ทั้งหมด ด้วยงบประมาณ 2,900,000 บาท โดยที่ทางคุณสุพรรษาและสามีรู้จักกับทางผู้รับเหมาผ่านทาง facebook และมีการติดต่อเพื่อที่ว่าจ้างในการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 15 ต.ค.63 ที่ร้านเบเกอรรี่แห่งหนึ่งในตัวเมืองราชบุรี มีการเซ็นสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง โดยมีนายสำราญ(ขอสงวนนามสกุล) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และมีนางอรอุมา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นภรรยาร่วมเป็นพยาน ทำการตกลงสร้างศาลาอุบลธรรม วัดถ้ำกุญชรราษฎร์รังสรรค์-ถ้ำขุนกุญชร โดยมีสัญญาตกลงเบิกเงินออกเป็น 10 งวดงาน ลงเงิน 2,900,000 บาทถ้วน ซึ่งวันทำสัญญา นายสำราญ ผู้รับเหมาได้ขอเบิกเงินงวดแรก 30% เป็นจำนวนเงิน 870,000 บาท ซึ่งทางคุณพรรษาและสามีได้ทำการโอนเงินจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำนวน 2 ยอด รวม 870,000 บาท ตามข้อตกลง เข้าบัญชีของนายสำราญผ่านทางบัญชีธนาคารกรุงไทย จากนั้นได้มีการโอนเงินงวดที่ 2 เป็นเงินจำนวน 400,000 บาท ตามงวดงานที่ 2 ที่ได้ตกลงเทพื้นส่วนที่เหลือทั้งหมดและงานตั้งเสาห้องน้ำ และ ตั้งเสาโรงครัว เมื่อวันที่ 30 ต.ค.63 หลังจากนั้นมีการโอนเงินในงวดที่ 3 อีกจำนวน 100,000 บาท ในวันที่ 29 พ.ย.63 เข้าบัญชีนายสำราญ อีกครั้งจากงวดงานที่ 8 งานก่อผนังห้องน้ำ 6 ห้อง นายเดชาวัต กลิ่นจันทร์ กล่าวว่า จากการตรวจงานตนเห็นผิดสังเกตถึงโครงสร้างที่ดูแล้วไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งทางผู้รับเหมามีการเร่งงานเพื่อที่จะขอเบิกเงิน จึงได้แจ้งให้ทางคุณพรรษาและสามี ทราบ เนื่องจากทางนายสำราญจะขอเบิกเงินในงวดงานที่ 3 ในการขึ้นโครงหลังคาพร้อมมุงหลังคา เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ซึ่งทางคุณพรรษาและสามี เจ้าของเงินได้เดินทางมาตรวจสอบหน้างานการก่อสร้างปรากฏพบหลายจุดไม่ได้มาตรฐาน พื้นห้องน้ำเทปูนบางกะเทาะจนแตกหลุดล่อนออกมา ส่วนโครงหลังคาใช้เล็กบางมาก ดูแล้วไม่แข็งแรง โครงเสาตั้งเอียงไม่ตรง ไม่ได้มาตรฐานจึงสั่งให้มีการแก้งานก่อนที่จะทำการโอนเงินงวดงานดังกล่าวให้ ซึ่งทางผู้รับเหมาก็กล่าวค่อยข้างไม่พอใจ และรับจะแก้ไขให้ ก่อนจะขอหยุดงานเพื่อให้คนงานกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ และตกลงกันอีกครั้งว่าจะมาทำงานในวันที่ 5 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงเวลาทางคุณพรรษา ได้พยายามติดต่อหานายสำราญ ในทุกช่องทาง ทั้งทางโทรศัพท์ ส่งข้อความทาง app line อ่านแต่กลับไม่ตอบและไม่สามารถติดต่อได้จนมาถึงทุกวันนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้รับเหมารายดังกล่าวได้ทิ้งงานไปอย่างแน่นอน รวมแล้วทางคุณพรรษาและสามี ได้โอนเงินให้นายสำราญ ผู้รับเหมารายดังกล่าวไปทั้งหมด 1,300,000 บาท นายยงยุทธ ผลอเนก นายก อบต.หนองกระทุ่ม กล่าวว่า ตนในฐานะผู้นำท้องที่ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากทางเจ้าอาวาสวัด ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง และ วิศวกรเข้ามาตรวจสอบ พบว่า การดำเนินการก่อสร้าง ทางวัดได้มีการเข้ามาขออนุญาตเพื่อก่อสร้างไว้ แต่ ทางผู้รับเหมาไม่ได้เข้ามาเสนอแบบแปลน แต่อย่างไร ทาง อบต.จึงได้ออกหนังสื่อถึงทางวัดให้ระงับการก่อสร้างทันที เนื่องจากการตรวจสอบแล้วพบว่าโครงการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เสาไม่ตั้งฉาก ใช้เสาขนาดเล็กกว่าโครงหลังคา เหล็กโครงหลังคาเล็กและบาง การวางช่วงเสาห่าง อีกทั้ง ตรงกลางอาคารเป็นช่วงยาว โครงหลังคามีน้ำหนักมาก เกรงว่าอนาคตจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้อาจจะเกิดพังทลายลงมา จะส่งผลอันตรายต่อชีวิตของพระภิกษุสงฆ์ หรือ ประชาชนที่เข้ามาปฏิบัติธรรมได้ ทั้งนี้หากทางวัดจะดำเนินการก่อสร้างต่อจะต้องทำการรี้อถอนหลังคาลงมาเพื่อทำการปรับโครงสร้างให้แข็งแรง และมีแบบแปลนที่ถูกต้องจะอนุญาตให้ดำเนินการสร้างต่อไปได้ พระภาณุพงษ์ ภูริญาโณ เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า ตอนนี้อาตมาเองรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่มีความตั้งใจในการสร้างศาลาปฏิบัติธรรม โดยที่โยมได้มาเป็นเจ้าภาพในการก่อสร้างทั้งหมด แต่มาเจอช่างผู้รับเหมาที่มีจิตใจไม่ซื่อตรง ทำงานไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นที่รู้จักกับทางวัดได้ให้เครดิตในการซื้อโครงเหล็ก และ หลังคา รวมไปถึงวัสดุก่อสร้าง ซึ่งทางเจ้าของร้านเชื่อใจว่ามาลงที่วัดจะไม่มีการโกงแน่ แต่แล้วก็ไม่มีการจ่ายเงิน ทำให้เกิดหนี้สินและเสียหายมาถึงวัด