หาทั้งคืน! ผัวหึงโหดฆ่าทุบหัวปาดคอเมียท้ายหมู่บ้าน พบผูกคอดับบนต้นไม้

ภูมิภาค19 มิ.ย. 2563 • 04:28 น.
หาทั้งคืน! ผัวหึงโหดฆ่าทุบหัวปาดคอเมียท้ายหมู่บ้าน พบผูกคอดับบนต้นไม้
เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ ( 19 มิถุนายน 63) พ.ต.ท.สุประวีณ์ ปุริสา พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพคนผูกคอตาย ที่บริเวณป่าสาธารณะบ้านคูขาด ด้านทิศเหนือ ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จากนั้นได้แจ้งหน่วยกู้ภัยวาปีปทุม และแพทย์เวรโรงพยาบาลวาปีปทุม ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุ พบศพชายสวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาว ใช้เสื้อยืดแขนยาวสีดำผูกคอตัวเองเสียชีวิต อยู่ใต้ต้นอลาง หรือต้นนนทรีป่า จากตรวจสอบพบว่าผู้ตาย คือ นายล้าน มณีรุ่ง อายุ 55 ปี ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมภรรยาของตัวเองเมื่อวานนี้ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.วาปีปทุม โดยจุดที่ผูกคอตายอยู่ห่างจากจุดที่ฆ่าภรรยา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร จากนั้นหน่วยกู้ภัยวาปีปทุม ได้นำศพลงมาเพื่อให้แพทย์เวรชันสูตรพลิกศพ พ.ต.ท.สุประวีณ์ ปุริสา พนักงานสอบสวน สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า แพทย์เวร โรงพยาบาลวาปีปทุม ได้เข้าขันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นคาดว่านายล้านจะเสียชีวิตมาประมาณ 12 ชั่วโมง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีชาวบ้านไปเก็บเห็ดในป่า ถึงได้เจอศพ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากแพทย์ชันสูตรพลิกศพแล้ว จะได้นำตัวไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่ โรงพยาบาลศรรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น นายอรุณ กุลีลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านคูขาด ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่มีชาวบ้านที่ออกไปเก็บเห็นในป่าชุมชน มาแจ้งให้ทราบว่าได้พบศพนายล้าน ผู้ก่อเหตุฆ่าเมีย เสียชีวิตด้วยการผูกคอตายอยู่บนต้นไม้ ตนจึงรีบเดินออกไปที่ทุ่งนาและเดินเข้าป่าไปยังจุดที่ชาวบ้านพบศพ เมื่อเห็นศพก็พบว่าเป็นนายล้านจริง เนื่องจากตนเคยเจอและพูดคุยกับนายล้านมาก่อน ซึ่งไม่คิดว่านายล้านจะเป็นคนจิตใจอำมหิต เพราะที่ผ่านมานายล้านเป็นคนไม่กินเหล้า แต่สูบบุหรี่ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ซึ่งจากนี้ตนและชาวบ้านก็จะได้ช่วยเหลือการทำศพของครอบครัวของนางบัวบาล ที่ถูกนายล้านฆ่าอย่างเต็มที่ ด้านนางบับพา อันทะฤทธิ์ อายุ 65 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวภายหลังจากทราบว่า นายล้านผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้ว ว่า ไม่ได้รู้สึกเสียใจ แต่กลับดีใจมากกว่า จะให้อโหสิกรรมคงยาก ตอนนี้ยังไม่ เพราะเก็บกด มันตายก็ไม่เสียใจ ไม่ดีใจ ถือว่าแล้วกัน จะได้ไม่ต้องเป็นเวรเป็นกรรมกันต่อไป มันจะได้ไม่ต้องไปก่อกรรมกับคนอื่น ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กินข้าวไม่ลง นอนก็ไม่ได้นอน ส่วนหลานๆ ก็ต้องเลี้ยงไปตามมีตามเกิด คงไม่ปล่อยทิ้ง เลี้ยงตามยถากรรม ตอนนี้แม่ก็เป็นมะเร็งผิวหนัง ไม่รู้จะอยู่ได้สักกี่ปี ส่วนศพนายล้านหลังชันสูตร จะให้เอาไว้ที่โรงพยาบาลก่อน ขอจัดการเรื่องงานศพของลูกสาวให้เสร็จก่อน หากไม่มีญาติมารับศพ ตนก็จะเผาให้ แต่เรื่องทำบุญไปให้คงไม่ทำ