สตูล! สุดจะทนโจรใจบาป!! งัดตู้บริจาควัดสตูลนับ 10 ครั้ง ให้โอกาสแล้วยังไม่สำนึก

ภูมิภาค11 พ.ย. 2564 • 07:28 น.
สตูล! สุดจะทนโจรใจบาป!! งัดตู้บริจาควัดสตูลนับ 10 ครั้ง ให้โอกาสแล้วยังไม่สำนึก
ที่วัดกุมภีลบรรพต (วัดเขาเข้) ซอย10 ต.ควนกาหลง ม.2 อ.ควนกาหลง จ.สตูล พระครูสุนทร สิริสาร เจ้าอาวาส เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีที่คนร้ายพยายามงัดตู้บริจาคภายในวัด โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02:00 น กลางดึก วันที่ 9 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยพบว่าตู้บริจาคภายในวัดซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลาการเปรียญได้ถูกงัดเงินบริจาคจากญาติโยมที่ร่วมทำบุญแม้จะมีไม่กี่บาทก็ได้หายไปด้วยเหลือเพียงเหรียญไม่เกิน 20 บาท ที่คนร้ายทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า สำหรับคนร้ายรายนี้เจ้าอาวาสได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ขอเงินจำนวน 100 บาทและบอกว่าไม่ได้เข้ามาขโมย แต่ต้องการเงินไปใส่น้ำมันรถและซื้ออาหารกลับบ้าน แต่ทางวัดจำได้ว่าบุคคลดังกล่าวเคยเข้ามาขโมยเงินบริจาคภายในวัดและได้ว่ากล่าวตักเตือนไปว่าอย่าทำอีก จากนั้นก็ได้ให้เงินจำนวน 100 บาทตามคำขอ ซึ่งในวันเดียวกันตกกลางดึกเวลาประมาณ 02:00 น. ทางวัดได้ยินเสียงหมาเห่าผิดปกติจึงได้ดูทางกล้องวงจรปิดก็พบว่าบุคคลเดียวกันซึ่งได้มาเมื่อตอนหัวค่ำได้เดินเข้าไปภายในศาลาการเปรียญเพื่อขโมยเงินภายในตู้บริจาค ซึ่งมีไม่กี่ร้อยบาท จากนั้นทางพระภายในวัดได้เดินออกมาและสอบถามว่าโยมมาทำอะไรก่อนที่คนร้ายจะบอกว่านำดอกไม้มาไหว้พระ ก่อนที่เดินจากไปอย่างใจเย็น เจ้าอาวาสบอกว่า คนร้ายรายนี้ได้เข้ามาก่อเหตุหลายครั้งนับได้กว่า 10 ครั้ง ซึ่งทางวัดเองก็ไม่ติดใจเพราะเป็นเงินจำนวนไม่มาก โดยก่อนเกิดเหตุได้ขโมยตู้บริจาคบริเวณหน้ากุฏิไปทุบและทิ้งร่องรอยไว้ข้างห้องน้ำภายในวัดและหลบหนีไป นอกจากนี้ยังพบว่าภายในถ้ำของวัดซึ่งจะมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคหยอดเหรียญใส่ภายในบาทก็ยังถูกขโมยทางวัดจึงตัดสินใจยกเลิกการนำบาตรพระไปตั้งไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญเพื่อไม่ให้เป็นช่องทางของคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ นอกจากนี้ทางวัดก็ยังใช้ตู้เหล็กขนาดใหญ่คนร้ายก็ไม่วายจะขโมยไป ทั้งลูกเครื่องงัดแงะเอาเงินบริจาคภายในแต่สุดท้ายทางผู้ใหญ่บ้านก็พบทิ้งไว้ภายในป่าและนำมาคืนวัดได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ทางพระจะสั่งสอนและว่ากล่าวตักเตือนคนร้ายรายนี้ แต่ก็ไม่ได้สำนึกซึ่งทางวัดเองก็เคยแจ้งไปทางโรงพักสภ.ควนกาหลง แต่คนร้ายก็ยังหวนกลับมาก่อเหตุอีก โดยหลังจากนี้ทางวัดคงจะต้องมีการยกเลิกการทำตู้บริจาค เพื่อไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุซ้ำอีก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดในครั้งนี้จะปรึกษากับตำรวจว่าจะดำเนินการอย่างไรดีเพราะดูแล้วคนร้ายน่าจะไม่สำนึกผิด สำหรับคนร้ายรายนี้เข้ามาก่อเหตุเพียงลำพัง โดยทางเจ้าอาวาสยืนยันว่าไม่ใช่ชาวบ้านในละแวกโดยใช้รถจักรยานยนต์จอดไว้ด้านหน้าวัดได้เดินเข้ามาก่อเหตุในยามวิกาล และทุกครั้งกล้องวงจรปิดภายในวัดก็สามารถจับภาพไว้ได้โดยครั้งนี้ทางวัดก็สุดจะทนกับพฤติกรรมของคนร้ายดังกล่าว