ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ เปิดยุทธศาสตร์ WE ARE KALASIN

ภูมิภาค21 พ.ย. 2562 • 16:28 น.
 ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ เปิดยุทธศาสตร์ WE ARE KALASIN
จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลายด้านเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เขื่อนลำปาวเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวกาฬสินธุ์ให้กินดีอยู่ดีตลอดทั้งปี ด้วยศักยภาพของเขื่อนลำปาวที่เอื้อประโยชน์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ชลประทาน 5 อำเภอ ที่ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย และอ.ฆ้องชัย มีนาข้าว 356,963 ไร่ มีไร่มันสำปะหลัง 244,421 ไร่ อ้อยโรงงาน 396,151 ไร่ ยางพารา 198,268 ไร่ และแตงโม 210 ไร่ จากพื้นที่การเกษตร 18 อำเภอ ทั้งหมด 2,325,094 ไร่ หรือร้อยละ 53.55 จากพื้นที่ทั้งจังหวัด 4,341,716 ไร่ นอกจากนี้ยังมีสัตว์เศรษฐกิจอย่างกุ้งก้ามกรามใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ห้วยเม็ก อ.ยางตลาด และ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จำนวน 4,530 บ่อ มีพื้นที่เลี้ยงกว่า 8,324 ไร่ เกษตรกร 1,057 ราย มีการเลี้ยงปลากระชัง 12,871 กระชัง จำนวน 449 ราย 24 จุดในเขตเขื่อนลำปาว เกษตรกรนำส่งปลาสู่ตลาดวันละ 7,000 กก. ชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พร้อมจะสืบสานการพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีระบบทำงานเป็นทีมภายใต้สโลแกน WE ARE KALASIN ฉับพลัน ทันที มีประสิทธิภาพ ที่มุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนสูงสุด เพื่อให้ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีงาน มีรายได้ที่มั่นคง พัฒนาด้านการเกษตร ท่องเที่ยวศิลปะวัฒนธรรรม ส่งเสริมการค้าการลงทุน และการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในกรอบของยุทธศาสตร์ “ความมั่นคงด้วยเกษตรปลอดภัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย จะขับเคลื่อนการทำงานเป็นทีม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า WE ARE KALASIN คือการทำงานเป็นทีม เพื่อสานต่อและพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ ในทุก ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ประเพณีวัฒนธรรม การท่องเที่ยว แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยต่าง ๆ อย่างทันที การลงพื้นที่เพื่อพบปะ เยี่ยมยามถามไถ่ 18 อำเภอ เป็นภารกิจแรกที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว ทั้งการมอบนโยบายและรับฟังข้อคิดเห็น รับฟังปัญหาจากพื้นที่ และประมวลผลสู่การขับเคลื่อนระดับจังหวัด ที่จะแก้ไขให้ตรงจุด ถูกใจ ตามเป้าหมายและขอให้ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล “ฉับพลัน ทันที และมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน” จะทำให้ทุกคนมองเห็นผลสัมฤทธิ์ของการทำงานที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม การพัฒนาและต่อยอดจะดำเนินการควบคู่กันไป โดยเฉพาะการส่งเสริมด้านประเพณีต่าง ๆ ของชุมชน ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลทะเลธุง ที่พระธาตุยาคู อ.กมลาไสย ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะฯ ที่อ.สหัสขันธ์ เป็นงานประเพณียิ่งใหญ่ที่จะต้องได้รับการต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขณะนี้พร้อมขับเคลื่อน และพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ ไปพร้อมๆกับชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง จ.กาฬสินธุ์ ได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีกำลังใจที่พร้อมจะทำงานเพื่อ จ.กาฬสินธุ์ ขอให้ชาว จ.กาฬสินธุ์ทุกภาคส่วน ให้ความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนมีความสุขอย่างเท่าเทียมกัน โดยยึดหลักให้ความเคารพผู้อาวุโส ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และจะสานต่อนโยบายดีๆที่ ผวจ.กาฬสินธุ์คนเก่าได้ทำไว้ ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติงานทันที ไม่ต้องรอให้เสียเวลา “นอกจากนี้ ยังมีความพร้อมที่จะสานต่องานเดิมโดยเฉพาะโครงการสำคัญ เช่น โครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนสโมเดล ซึ่งได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "สืบสาน รักษา ต่อยอด" มาเป็นแนวทางการทำงาน เน้นการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด มุ่งเป้ายุทธศาสตร์การพัฒนา จ.กาฬสินธุ์ที่ว่า มั่งคั่งด้วยเกษตรปลอดภัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างการรับรู้ในรูปแบบ 3 ธรรม คือ ธรรมะ ธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับผ้าไหมแพรวา โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ถือว่า จ.กาฬสินธุ์ หนึ่งในเมืองรอง มีความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวสูง ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สิรินธร และที่หลุมขุดค้น เสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายเพศ หลายวัย เดินทางมาเที่ยวมากมายตลอดทั้งปี ประเพณีศิลปวัฒนธรรมที่เข้มแข็งมีอัตลักษณ์ เป็นอีกมนต์เสน่ห์ที่ทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางมาเที่ยวกาฬสินธุ์ ฉะนั้นในทุก ๆ เดือน ประเพณี วัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จะต้องมีในทุก ๆ เดือน” นายชัยธวัชกล่าว