นอภ.ศิลาลาด เตือน “องค์สุริยา” สุดเพี้ยน! อย่าตั้งศาสดาใหม่ อย่าหลอกลวง

ภูมิภาค16 ก.ค. 2564 • 02:53 น.
นอภ.ศิลาลาด เตือน “องค์สุริยา” สุดเพี้ยน! อย่าตั้งศาสดาใหม่ อย่าหลอกลวง
วันที่ 16 ก.ค. 2564 นายกองตรี ไตรรัตน์ เครือบุดดีมหาโชค นายอำเภอศิลาลาด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวานนี้ได้ไปที่ บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 2 บ้านโนนสมบูรณ์ ต.หนองบัวดง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่่สาธารณสุข​ ผอ.รพ.สต.หนองบัวดง เจ้าหน้าที่ อบต.หนองบัวดง และคณะ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีชายวัยกลางคนแต่งกายนุ่งขาวห่มขาว อ้างตนว่าบรรลุธรรม ขั้นที่ 4 จะเป็นพระศาสดาองค์ใหม่ นิมิตเห็นแสงสว่างเป็นวงกลมรอบศีรษะ พร้อมตั้งตนเป็น “องค์สุริยา” มีการเผยแพร่ภาพนั่งสมาธิผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และ Tik Tok จนกระทั่งโด่งดังไปทั่ว จากการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว เป็นไม้ปูนชั้นเดียว พบ นายสุริยา สภานุภาพ หรือที่ตั้งตนเป็นองค์สุริยา มีอายุ 49 ปี นุ่งกางเกงสีน้ำเงินคลุมลำตัวด้วยผ้าขาว กำลังปักกรดนั่งสมาธิอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว ซึ่งภายในบ้านมีสภาพรกรุงรัง และมีรูปภาพนายสุริยา นั่งสมาธิพร้อมยกมือขวาแสดงท่าทางคล้ายพระพุทธรูป ติดบนผนังทั้งภายนอกและภายในบ้าน นายสุริยา เล่าว่า ตนศึกษาและเรียนรู้การนั่งสมาธิมานานกว่า 20 ปี แล้ว ตนทำเพียงเพื่อเผยแพร่การฝึกเรียนการนั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา ให้บรรลุธรรม ตามขั้น ตามลำดับ ซึ่งไม่มีเจตนาจะตั้งศาสดาหรือศาสนาใหม่แต่อย่างใด ตนยังคงนับถือศาสนาพุทธ ส่วนกรณีที่เป็นข่าวจนกระทั่งโด่งดังในขณะนี้นั้น ตนไม่ทราบมาก่อน เพราะไม่ได้ติดตามข่าว ตนเพียงถ่ายรูปและคลิปเผยแพร่ในสื่อโซเชี่ยลในเฟซบุ๊กส่วนตัวเท่านั้น และไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินหรือขอเรี่ยไรเงินจากใครทั้งสิ้น เพียงแต่อยากสอนให้ทุกคนรู้วิธีการนั่งสมาธิที่ถูกต้อง และทำอย่างไรให้บรรลุเช่นเดียวกับตนเท่านั้น นายกองตรี ไตรรัตน์ เครือบุดดีมหาโชค นายอำเภอศิลาลาด กล่าวต่อว่า เมื่อสอบข้อเท็จจริงทราบว่า นายสุริยา เคยทำงานรับจ้างและค้าขายถุงพลาสติกในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลมาก่อนหน้านี้ และได้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมื่อหลายปีก่อนแต่อยู่บ้านคนละหลังกับพ่อแม่ ซึ่งแก่ชราภาพแล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ทำขึ้นเองและคิดขึ้นเอง ไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด และชาวบ้านในหมู่บ้านก็บอกว่าเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้มานานแล้ว เขาเป็นคนที่ค่อยข้างพูดจาเรียบร้อย พูดคุยรู้เรื่อง ไม่มีพิษมีภัยกับใคร ไม่เคยทำร้ายใคร เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพียงลำพังคนเดียว เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ถึงแม้จะผิดเพี้ยนเกินจริงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้คนในชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียงได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับไม่ค่อยมีใครเข้าออกหรือมาทำกิจกรรมที่บ้านหลังดังกล่าวอยู่แล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เกิดจากการกระทำเพียงฝ่ายเดียว และคิดเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ตนก็ได้แจ้งเตือนให้ระมัดระวังมากกว่านี้ เกรงว่าจะเกิดการต้มตุ๋นหลอกลวง ให้ระมัดระวังให้มากขึ้น ต้องมีสติ อย่าไปงมงาย เพราะว่า ศาสดาต้องอยู่กับศาสนาพุทธที่เรานับถือเท่านั้นอย่าไปตั้งเอง