สวยงามตระการตาเหนือลำน้ำน่าน งานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ พิธีขอบคุณพืชพันธ์ุธัญญาหารและสายน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเปิดงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติ ฯ พิธีขอบคุณพืชพันธ์ุธัญญาหารและสายน้ำ เทศกาลกินปลาอาหารพื้นถิ่นของกินห้ามพลาด พร้อมด้วย นางศศิธร สุวรรณมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางวันทนา ดำธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสกุลไชย จูมทอง นายอำเภอตรอน นายกกิ่งกาชาดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและอำเภอ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสองแคว สมาชิกสภา พนักงาน อบต.หาดสองแคว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯตำบลหาดสองแคว และ ประชาชนหาดสองแคว อำเภอตรอน ร่วมพิธีฯ ณ วัดหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
สำหรับการจัดงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติ และพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำที่นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่พี่น้องชาวอำเภอตรอน ทำให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่สงบ ร่มเย็น ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอำเภอตรอน ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว
กิจกรรมภายในงานฯ ประกอบด้วย การแสดง แสง สี เสียง เฉลิมพระเกียรติฯ พิธีจุดเทียนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขบวนไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 7 หลัง ได้แก่ แพหลังที่ 1 “ เอกองค์อมรินทร์ “ (ทต.บ้านแก่ง) แพนำร่อง , แพหลังที่ 2 “นวมินทร์มหาราช " (ทต.ตรอน) แพประธาน , แพหลังที่ 3 “ปราชญ์แห่งแผ่นดิน” (อบต.วังแดง) , แพหลังที่ 4 “ อัครศิลปิน” (อบต.น้ำอ่าง) , แพหลังที่ 5 “ภูมินทร์ภัทรราชัน” (อบต.ข่อยสูง) , แพหลังที่ 6 “ คุ้มเกล้าประชาสุขสันต์ “ (อบต.บ้านแก่ง) และ แพหลังที่ 7 “ ราชันแห่งราชา “ (อบต.หาดสองแคว) เทียบท่าน้ำวัดหาดสองแคว โดยมีเส้นทางไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ จากท่าน้ำวัดวังแดง ผ่านลานเอนกประสงค์เทศบาลตำบลตรอน ผ่านท่าน้ำองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง ผ่านลานเอนกประสงค์เทศบาลตำบลบ้านแก่ง และสิ้นสุดที่ท่าน้ำวัดหาดสองแคว ชมพลุเฉลิมพระเกียรติฯ
“ งานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติและพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ ได้เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2541 สมัยนายสมชาย หถยะสันติ นายอำเภอตรอนในขณะนั้น ได้มีความคิดว่าอำเภอตรอนยังไม่มีประเพณีใหญ่ที่จัดได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวได้ อีกทั้งอำเภอตรอน มีพื้นที่ในการทำนาและพืชผลไม้ต่างๆ มากมายจึงรวมกับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้จัดให้มีประเพณีไหลแพไฟขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วโรกาส ทรงมีพระชนมพรรษาขึ้น 6 รอบ โดยครั้งแรกมีเพียงแพรูปจำลองเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และแพประกอบแรก หนึ่งแพเท่านั้นปรากฏว่า ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มีผู้ชมในจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียงมาชมกันเป็นจำนวนมาก “
“ ประเพณีไหลเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ ฯ และ พิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ “ หรือทีชาวบ้านเรียกว่า “ ลอยเรือไฟ ” หรือ “ล่องเรือไฟ “หรือ “ปล่อยเรือไฟ” เป็น พิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ( วันออกพรรษา ) โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีชัยภูมิเหมาะสม คือ มีแม่น้ำหรือลำน้ำ เท่าที่ปรากฏจะมีแนวทางที่คล้ายกันและอยู่บนพื้นฐานความเชื่อต่าง ๆ อาทิ ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาท ความเชื่อเกี่ยวกับการบวงสรวงพระธาตุจุฬามณีบนสวรรค์ ความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน ความเชื่อในการเอาไฟเผาความทุกข์ ความเชื่อเกี่ยวกับการขอขมาและระลึกถึงพระคุณพระแม่คงคา เป็นต้น เรือไฟในสมัยโบราณนั้นมีรูปแบบที่เรียบง่าย โดยทำจากต้นกล้วยและลำไม้ไผ่ที่หาได้มาจัดทำเป็นโครงเรือไฟง่าย ๆ พอที่จะทำให้ลอยน้ำได้ การประดับตกแต่งเรือไฟภายในเรือไฟจะประดับด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสว ก่อนจะปล่อยเรือไฟลงกลางลำน้ำ ปัจจุบันได้จัดทำเรือไฟรูปแบบต่าง ๆ โดยมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ประกอบในการจัดทำ และ ประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลำน้ำภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วง แล้วจะเป็นภาพที่งดงามและติดตาตรึงใจตลอดไป