นครนายกชาวบ้านคัดค้านการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

ภูมิภาค6 ก.ย. 2562 • 07:05 น.
นครนายกชาวบ้านคัดค้านการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
เมื่อเวลา 09.00 น.(6 ก.ย.62)ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง นครนายก มีประชาชนจำนวน ประมาณ 200 คน มาชุมนุมเพื่อคัดค้านการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก โดยมีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน มาร่วมยื่นหนังสือคัดค้านด้วย นายจรัญ รุ่งเรือง แกนนำกลุ่มผู้คัดค้านฯ เปิดเผยว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ สทน. ได้ทำโครงการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 20 เมกะวัตต์ ที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก โดยได้จัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นไปครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 และครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 และรอการจัดครั้งที่ 3 เป็นเวทีครั้งสุดท้าย แต่กระบวนการประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากการมีส่วนร่วมของชาวนครนายกอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่เป็นที่รับรู้ของสังคมไทยในเรื่องการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และการเก็บกากนิวเคลียร์ นอกจากนี้ทางสมาคมพลเมืองนครนายกยังได้คัดค้านการการจัดเวทีประชาพิจารณ์ที่ผ่านมาเพราะขัดกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ที่ต้องให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาและแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ นายจรัล กล่าวอีกว่า ทบวงการพลังงานปรมณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์พื้นที่ตั้งโครงการนิวเคลียร์ว่าจะต้อง ไม่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ไม่อยู่ในแหล่งชุมชน ไม่เป็นดินอ่อน น้ำใต้ดินต้องอยู่ลึก ไม่อยู่ในแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก ไม่อยู่ในแนวภูเขาไฟ ขณะที่อำเภอองครักษ์เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่แก้มลิงใน พ.ศ. 2554 นอกจากนี้ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากตัวโครงการฯ มีแหล่งชุมชนหนาแน่น ทั้งเทศบาลและตลาดสดของอำเภอ มหาวิทยาลัยศรีครินทรวิโรฒ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงพยาบาลองครักษ์ โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครนายก วิทยาลัยการอาชีพนครนายก บ้านสุทธาวาส เฉลิมพระเกียรติ (บ้านพักผู้สูงอายุ) และแหล่งท่องเที่ยวศาลเจ้าพ่อองครักษ์ จะเห็นได้ชัดเจนว่าพื้นที่ตั้งของโครงการใน อ.องครักษ์ ขัดกับหลักเกณฑ์หลายประการ ด้านนายรังสรรค์ ผดุงธรรม แกนนำอีกคนหนึ่งกล่าวว่าความจำเป็นของการทำโครงการขนาดใหญ่ด้วยเงินงบประมาณ 16,000 ล้านบาทนั้น ทาง สทน.ไม่เคยชี้แจงถึงความคุ้มค่าในมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นเพื่อที่จะแลกกับการมีกากนิวเคลียร์เก็บไว้ในประเทศไทย​ และปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ไม่ทำให้เกิดกากนิวเคลียร์อยู่แล้ว ซึ่งควรได้พิจารณาเป็นทางเลือกก่อนแล้วสารนิวเคลียร์ที่ผลิตเองไม่ได้จึงเลือกซื้อจากต่างประเทศเพื่อลดการต้องมีกากนิวเคลียร์ ซึ่งหลายๆ ประเทศได้ลดการใช้เตานิวเคลียร์ลงแล้ว และสิ่งที่ชาวนครนายกยังสงสัยและไม่มั่นใจในโครงการนิวเคลียร์เป็นอย่างยิ่งคือความโปร่งใส​อีกด้วย ในขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า การมารวมพลังของพี่น้องชาวนครนายกในวันนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ชาวนครนายกไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใน จ.นครนายก เพราะจังหวัดนครนายก เป็นเมืองท่องเที่ยว การสร้างเตานิวเคลียร์ มีความเสี่ยง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายจะเกิดกับชาวนครนายกเป็นอย่างมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวมาก การเคลื่อนไหวในวันนี้ จะส่งผลไปถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน อยากฝากให้ชาวนครนายกหาข้อมูลให้มาก ๆ และร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เชื่อว่าต้องคัดค้านสำเร็จ และเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกเดินทางมาที่ศาลาใกล้ศาลหลักเมืองนครนายก เพื่อรับเรื่องจากกลุ่มผู้รณรงค์ และได้กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องแล้วทางจังหวัดจะนำข้อเสนอและความห่วงใยของประชาชนไปให้กับหน่วยงานรับผิดชอบ ทางจังหวัดยืนยันว่ามีความเข้าใจในเจตนาของประชาชนที่มาชุมนุม และชุมนุมภายใต้กฎหมายที่กำหนด ส่วนเรื่องของเตาปฏิกรณ์นี้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง และในการรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 ซึ่งชาวบ้านมีปัญหาสงสัย ทางจังหวัดจะได้นำปัญหาเหล่านี้ไปสะท้อนให้กับฝ่ายที่รับผิดชอบเพื่อให้รับรู้ และให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป .. อำพล เทียนงาม นครนายก