- โฆษณา -

พช.สุราษฎร์ธานี จัดงาน OTOP นวัตวิถีของดีชุมชน หวังฟื้นเศรษฐกิจฐานรากเกาะสมุย

ภูมิภาค18 พ.ย. 2563 • 19:41 น.
พช.สุราษฎร์ธานี จัดงาน OTOP นวัตวิถีของดีชุมชน หวังฟื้นเศรษฐกิจฐานรากเกาะสมุย
พัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงาน OTOP นวัตวิถีของดีชุมชน เพื่อส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวและสินค้า OTOP หวังกระตุ้นเศรษฐกิจเกาะสมุย วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้นายสาโรช กาญจนพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดงาน OTOP นวัตวิถีของดีชุมชน ณ เวทีกลางบริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายไพศิษฎ์ อินทรโยธา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมฯรักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิชัย มณีลาภ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายอำเภอเกาะสมุย นายก/รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย หัวหน้าส่วนราชการ ประกอบการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ร่วมกิจกรรมพิธีเปิด งาน OTOP นวัตวิถีของดีชุมชน ดำเนินการภายใต้โครงการเสริมสร้างความยั่งยืนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีของดีชุมชน ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้และสินค้า OTOP จากเครือข่าย OTOP เข้าแสดงและจำหน่าย รวม 70 บูธ ประกอบด้วยประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของใช้ ของที่ระลึก สมุนไพร อาหารหรืออาหารชวนชิม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤศจิกายน 2563 ณ บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ได้บูรณาการ การจัดกิจกรรมร่วมกับตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจตลาดนัดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ของอำเภอเกาะสมุย เพื่อให้การจัดงานมีสีสันและคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเปิดจำหน่ายสินค้าตั้งแต่วันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 21.00 น. ทุกวัน นอกจากนั้นได้แต่ละวันจะกำหนดให้มีกิจกรรมบนเวทีเพื่อส่งเสริมการขายทุกวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนร่วมกัน รวมทั้งสื่อสารสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนเป้าหมาย ให้เป็นที่รู้จักและมีภาพจำในตัวสินค้าและตราสินค้า รวมถึงเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนภายในประเทศให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการสินค้าชุมชน OTOP หรือหมู่บ้านท่องเที่ยวและเครือข่ายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คาดหมายสามารถดันยอดจำหน่ายสินค้าได้มากกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายที่พัก โรงแรมให้สามารถเดินต่อได้อีกด้วย