ชาวมาเลเซีย 30 ชีวิตพายเรือคายัคข้ามแดนจากลังกาวีมาไทยหลังเจอคลื่นซัดถูกช่วยปลอดภัยแล้ว

ภูมิภาค29 ส.ค. 2566 • 21:17 น.
ชาวมาเลเซีย 30 ชีวิตพายเรือคายัคข้ามแดนจากลังกาวีมาไทยหลังเจอคลื่นซัดถูกช่วยปลอดภัยแล้ว

วันที่ 29 สิงหาคม  2566  เวลา 19.00 น.จากเหตุการณ์นักกีฬาพายเรือคายัคชาวมาเลเซียที่รวมตัวกัน 30 คนใช้เรือคายัคพายข้ามแดนจากเกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซียเพื่อมาท่องเที่ยวในจังหวัดสตูล ประเทศไทย ด้วยระยะทาง 32 กม. แต่ระหว่างทางได้เกิดคลื่นลมแรง  ทำให้ไม่สามารถจะประคองเรือเดินทางมาตามวันเวลาที่มีการนัดกับทางการไทย  ที่เกาะยาว  อำเภอเมือง จังหวัดสตูลได้  เนื่องจากเกิดเรือล่มระหว่างทางในแนวเขตของมาเลเซียก่อน  

ซึ่งทำให้ทางการไทยทุกฝ่าย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล, หน่วยเฉพาะกิจพื้นที่ตอนใต้ จว.สตูล ศรชล ภาค 3, ชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาสตูล  ตำรวจน้ำสตูล  สั่งกำลังพร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ  เนื่องจากความแรงลมและคลื่นได้ซัดให้ทั้ง 30 คนเป็นหญิง 18 คน ชาย 12 คน ที่พายเรือคายัคมจำนวน 20 แตกแยกย้าย  โดยพบว่ามาติดตามเกาะปรัสมาน่า  และรอยต่อสตูล ลังกาวี   พบจำนวน 27 คน และอีก 3 คน คลื่นลมได้ซัดนักพายเรือเข้ารัฐเปอร์ลิส ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว   มีเพียง 1 คนใน 27 ที่พบอาการบาดเจ็บที่สะบักเล็กน้อย   

สำหรับนักกีฬาพายเรือคายัคชุดนี้    มีด้วยกันจำนวน  20 ลำ 30 คน  ได้ออกเดินทางจากเกาะลังกาวี  รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเชีย มายังจังหวัดสตูล ประเทศไทย  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล และเกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ให้เป็นที่รู้จัก  ซึ่งมีการจัดกิจกรรมขึ้น จังหวัดสตูล ร่วมกับ หน่วยงาน Langkawi Development Authoritu (LADA) เกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย  กำหนดจัดกิจกรรมพายเรือคายัคระหว่างประเทศ   สตูล-ลังกาวี   ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2566