ข้าวต้ม-กระเพาะปลา เตาถ่านสูตรโบราณ ยังขาย 10 บาท ไม่ปรับราคา ลูกค้าเข้าคิวแห่ซื้อคึกคัก

ภูมิภาค3 มี.ค. 2566 • 18:14 น.
 ข้าวต้ม-กระเพาะปลา เตาถ่านสูตรโบราณ ยังขาย 10 บาท ไม่ปรับราคา ลูกค้าเข้าคิวแห่ซื้อคึกคัก

 

ข้าวต้ม กระเพาะปลาเตาถ่าน สูตรโบราณในวัดป่าหลังโรงเลื่อย ตรงข้าม ร.ร.ไตรคามสิทธิศิลป์ เมืองบุรีรัมย์  ที่เปิดมานานเกือบ 50 ปี ตั้งแต่รุ่นแม่ยันรุ่นลูก  ยังยืนหยัดขายชามละ 10 บาท แม้ปรับราคาแม้วัตถุหลายอย่างแพงขึ้น  มี นร. ขรก. และประชาชนเข้าคิวซื้อคึกคัก เผยแม้กำไรน้อย แต่ก็อยู่ได้และสุขใจ

             

วันนี้(3 มี.ค.66)  พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซหุงต้มในการประกอบอาหารขาย ช่วงที่ก๊าซหุงต้มปรับขึ้นราคาก็จะได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน โดยล่าสุดคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ก็มีมติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีก 1 บาทต่อกิโลกรัม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.66 ส่งผลให้ราคาก๊าซหุงต้มขนาดถังละ 15 กิโลกรัม ปรับราคาขึ้นเป็น 423 บาทต่อถัง   แต่วันนี้จะพาไปดูร้านขายข้าวต้มกระเพาะปลาเตาถ่านสูตรโบราณที่ขายมานานเกือบ 50 ปีตั้งแต่รุ่นแม่ยันรุ่นลูก แต่ยังยืนหยัดขายเริ่มต้นชามละ  10 บาท ปัจจุบันตั้งขายอยู่ในวัดธรรมธีราราม (วัดป่าหลังโรงเลื่อย) ใกล้กับประตูทางเข้า-ออกวัด  ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนเขตการทางสงเคราะห์5 (ไตรคามสิทธิศิลป์) ถ.หน้าสถานีรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  

  ซึ่งแต่ละวันจะมีลูกค้าทั้งเด็กนักเรียน ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปมาเข้าคิวรอซื้อยาวเหยียดตั้งแต่เช้า เพราะนอกจากจะเป็นร้านข้าวต้มกระเพาะปลาที่ใช้เตาถ่านมีกลิ่นหอมของเตาถ่านเป็นเอกลักษณ์แล้ว  ยังเป็นสูตรดั้งเดิมที่ขายมาตั้งแต่รุ่นแม่ตกทอดมาจนถึงรุ่นลูก  ขายมาตั้งแต่ราคาชามละ 3  บาท  5 บาท ปัจจุบันข้าวต้มก็ยังขายเริ่มต้นอยู่ที่ชามละ 10 บาท ใส่ไข่ 15 บาท กระเพาะปลาก็เริ่มต้นที่ชามละ 10 บาท ใส่ไข่ 20 บาท พิเศษชามละ 35 -40 บาท แต่ละวันขายได้ 2-3 พันบาท

         

 โดย น.ส.ตะเภาทอง  สอนสุภาพ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านข้าวต้ม กระเพาะปลา “ป้าไล” ที่ขายสืบทอดมาจากรุ่นแม่  บอกว่า  ตนขายต่อจากแม่มากกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนแม่ขายมากว่า 40 ปี  ซึ่งการใช้เตาถ่านเป็นสูตรเฉพาะของที่ร้านเพราะมีกลิ่นหอม  แต่หากถามว่าใช้ถ่านถูกกว่าใช้ก๊าซหุงต้มหรือไม่  อาจจะไม่ได้ถูกกว่ามากนัก   เพราะเวลาที่ก๊าซหุงต้มปรับขึ้นราคา  คนก็จะหันมาใช้ถ่านมากขึ้น ก็ทำให้ถ่านปรับขึ้นราคาตามไปด้วย  จากก่อนหน้านี้เคยซื้อถุงละ 20-30 บาท ปัจจุบันปรับขึ้นเป็นถุงละ 50-55 บาทแล้ว  และไม่ใช่แค่ถ่านที่ปรับขึ้นเท่านั้นวัตถุดิบหลายอย่างทั้งไก่  หมู  ไข่  และเครื่องปรุงรสต่างๆ ก็ปรับขึ้นเช่นกัน แต่ก็ยังขายราคาเดิมเริ่มต้นที่ชามละ 10  บาท ไม่ได้ปรับขึ้นราคา  เพราะหากปรับขึ้นก็จะส่งผลทำให้ลูกค้าลดลง  เพราะไม่มีกำลังซื้อโดยเฉพาะเด็กนักเรียน   ก็ยังยืนหยัดจะขายราคานี้ต่อไป  แม้จะได้กำไรน้อยแต่ก็พออยู่ได้แถมยังสุขใจด้วย 

         

 ขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลคนหนึ่ง  ซึ่งเป็นลูกค้าขาดประจำ  บอกว่า   มาทานข้าวต้มกระเพาะปลาร้านนี้ตั้งแต่รุ่นคุณแม่จนถึงรุ่นลูกแล้ว  เพราะติดใจในรสชาติ กลิ่นหอมของเตาถ่าน และราคาที่ถูกกว่าร้านอื่นเริ่มต้นเพียง 10 บาทเท่านั้น โดยเฉพาะในภาวะยุคข้าวของแพงแบบนี้ ราคา 10 บาท แทบไม่มีแล้วที่สำคัญอร่อยด้วย  หากใครยังไม่เคยลอยก็อยากให้มาลองอุดหนุนดูแล้วจะติดใจ

​​​​​​​