น้ำโขงวิกฤติลดฮวบเหลือแค่ 5 เมตรกว่า สนทช.ลงพื้นที่เร่งสำรวจแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สถานการณ์น้ำโขงส่อวิกฤติ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้แม่น้ำโขง แปรปรวนลดระดับลวดเร็ว ในช่วงสัปดาห์เดียวพบว่า ลดระดับมากกว่า 2 เมตร เฉลี่ยวันละประมาณ 30 -50 เซนติเมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับ ประมาณ 5.70 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ 7 เมตร คือ ที่ 13 เมตร ถือว่า มีระดับต่ำสุดในรอบ 4 -5 ปี เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกัน ส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก ลำน้ำก่ำ ลำน้ำอูน และลำน้ำสงคราม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาสายหลักที่ เชื่อมกับแม่น้ำโขง มีปริมาณน้ำต่ำ พบว่ามีปริมาณแค่ 30 -40 เปอร์เซ็นต์ของความจุ เริ่มส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ ขาดแคลนน้ำใช้ในการเกษตร รวมถึงผลิตระบบประปา โดยเฉพาะลุ่มน้ำสงคราม ที่ไหลผ่าน อ.ศรีสงคราม ก่อนไหลระบายลงมาสิ้นสุดที่น้ำโขง อ.ท่าอุเทน ในช่วงนี้เริ่มวิกฤติปริมาณน้ำต่ำ ยังส่งผลต่อระบบนิเวศน์ ทำให้ปลาน้ำโขง ไม่สามารถขึ้นมาวางไข่ ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าบุงป่าทาม ในพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามได้ทำให้ปลาน้ำโขงลดลง และมีบางชิดสูญพันธุ์
ล่าสุดทางด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ สำรวจรับทราบปัญหา พร้อมพบปะแกนนำชาวบ้าน รับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ในพื้นที่ ลุ่มน้ำสงคราม ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน รวมถึง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำสงคราม เกี่ยวกับโครงการศึกษาความเหมาะสมบรรเทาน้ำท่วม และแก้ภัยแล้ง เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำสงคราม ที่จะเป็นแนวทางในการพัฒนา โดยไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบัน แม่น้ำโขงได้รับผลกระทบจากปัญหาการสร้างเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน จนเกิดปัญหาแปรปรวน และมีปริมาณน้ำต่ำขั้นวิกฤติ ส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาตามมา
ทั้งนี้ ทางด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ได้ลงพื้นที่สำรวจ รับทราบปัญหาเกี่ยวกับวิกฤติน้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขาสายหลัก ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ในพื้นที่ จ.นครพนม รวมถึง หลายจังหวัดภาคอีสาน ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันน้ำโขงเกิดวิกฤติจากสาเหตุหลักคือการสร้างเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน บวกกับ ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ปริมาณฝนเฉลี่ยสะสมน้อย ทำให้ปริมาณน้ำต่ำในช่วงฤดูฝน ผลกระทบตามมาคือภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ ลำน้ำสาขามีปริมาณน้ำต่ำ โดยเฉพาะลำน้ำสงคราม ลำน้ำสาขาสายหลัก ที่ไหลผ่านมาจากหลายจังหวัดภาคอีสาน รวม 5 จังหวัด มี สกลนคร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และสิ้นสุดที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่เรียกว่า ปากน้ำไชยบุรี คือจุดบรรจบของ ลำน้ำสงคราม กับน้ำโขง จากการตรวจสอบปีนี้น้ำโขงมีปริมาณต่ำ และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง สิ่งที่กระทบหนักคือ ลำน้ำสงคราม ปริมาณน้ำต่ำ ไม่เพียงกระทบต่อน้ำในการเกษตร ในการอุปโภคบริโภค ยังกระทบต่อระบบนิเวศน์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำโขง ในช่วงฤดูฝน น้ำหลากปลาทุกชนิด จะขึ้นมาขยายพันธุ์ แต่หลายปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำต่ำ ทำให้ไม่สามารถขึ้นมาวางไข่ได้ ระบบนิเวศน์ป่าบุ่งป่าทามถูกทำลาย
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดวิกฤติ ทาง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งเดินหน้า สำรวจรับทราบปัญหา วางแนวทางแก้ไข เร่งด่วน ซึ่งจะต้องเริ่มจากการรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนในพื้นที่ เป็นหลัก ส่วนแนวทางแก้ไขประเด็นสำคัญคือ ได้วางแนวทางก่อสร้าง ประตูระบายน้ำ ตลอดแนวลำน้ำสงคราม ประมาณ 3 จุด เพื่อให้สามารถควบคุม กักน้ำได้ ตามความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งในการก่อสร้างจะต้องไม่กระทบต่อระบบนิเวศน์ของลำน้ำสงคราม เบื้องต้น คาดว่าจะสามารถดำเนินการในช่วงกลาง ของลำน้ำ อยากให้ชาวบ้านมีความเข้าใจว่า ในโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ได้มีการสำรวจประเมินผลดีผลเสียทุกด้าน มั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าผลเสีย เพราะปัจจุบันน้ำโขงวิกฤติเราไม่สามารถควบคุมได้ แนวทางสำคัญจะต้องหาทางกักน้ำในลำน้ำสาขา ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำเป็นช่วง เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขรับมือได้ และสามารถกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงรักษาระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ำสงครามไว้ ซึ่งอาจมีบางพื้นที่ต่อต้าน แต่ทาง สนทช.ยืนยัน ว่าหากทำความเข้าใจในโครงการ จะเชื่อมั่นถึงผลดีที่จะได้รับ อย่างไรก็ตามอีกส่วนสำคัญ จะได้เร่ง ประสานระดับจังหวัด จัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ควบคู่กันไป ให้สามารถเก็บกักน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่ ทุกอำเภอ เป็นการรับมือภัยแล้งในระยะยาว