สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักฯ แห้งขอด น้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุ

ภูมิภาค5 ม.ค. 2563 • 14:18 น.
สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักฯ แห้งขอด น้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุ
สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักฯ แห้งขอด น้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุ ล่าสุดเขื่อนได้ ติดประกาศ เตือนเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในอนาคต งดทำนาต่อเนื่อง เก็บน้ำไว้ เพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งเท่านั้น วันที่ 5 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำ ที่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ล่าสุดเช้าวันนี้ สถานการณ์น่าเป็นห่วง น้ำต้นทุนเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุเขื่อน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังคงปรับลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาพจากมุมสูง จะเห็นสภาพความตื้นเขิน และสันดอน ตามแนวเขื่อน โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำ ทั้ง 7 บาน ด้านท้ายเขื่อน ซึ่งปัจจุบันได้เปิดประตูระบายน้ำเพียงบานเดียวให้น้ำไหลผ่านเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ด้านท้ายน้ำ ทำให้น้ำตื้นเขินเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้ (5 มกราคม 2563 อยู่ที่ 221.55 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 23.08 จากปริมาณเก็บกักสูงสุด 960 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ มาเป็นเวลา 2 เดือนแล้วทำให้น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อย และยังคงต้องระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศ การอุปโภค บริโภค โดยปัจจุบัน ได้เปิดประตูระบายน้ำเพียงแค่ 1 บาน จากทั้งหมด 7 บาน ระบายน้ำอยู่ที่ 0.70 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ ขึ้นป้ายข้อความขนาดใหญ่ บริเวณด้านหน้าปากท้างเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่า ปีนี้น้ำในเขื่อนมีน้อย ไม่เพียงพอสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง วอนเกษตรกร เสี่ยงการขาดแคลนน้ำในอนาคต ไม่ควรเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแจ้งให้เกษตรกร ลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกตลอดฤดูกาล ซึ่งอาจทำให้นาข้าวเสียหายได้ ซึ่งเกษตรกรควรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนเพื่อลดความเสียงพื้นผลท้างการเกษตรได้รับความเสียหาย อีกทั้ง ยังเพื่อเป็นสำรองน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ไว้ใช้ สำหรับเพื่อการอุปโภคและบริโภค ไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ อีกด้วย