เร่งล่าคนร้ายฆ่าโหดหญิงหม้าย เสียชีวิตหน้าบ้านพัก
จากกรณีที่คนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นางบุญมี จันทร์ภิรมย์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 บ.หนองทุ่ม ม.12 ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นว่า เหตุเกิดหน้าบ้านพักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา่ 15.00 น. วันที่ 9 พ.ค.2563 พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำีรวจชุดสืบสวน ร่วม กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่นและ สภ.น้ำพอง ได้กระจายกำลังกันออกหาเบาะแสของผู้ต้องสงสัย และสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อไล่ล่าคนร้าย ซึ่งล่าสุดพบผู้ต้องสงสัย นั่งรถโดยสารสายน้ำพอง-ขอนแก่น มาลงที่ บขส.3 ริมถนนเลี่ยงเมือง ในเมืองขอนแก่น แต่ไม่มีเงินค่ารถ จึงทิ้งกีตาร์ให้กับคนขับรถโดยสารแล้วก็หายตัวไป โดยบอกเพียงว่าจะนำเงินมาไถ่ถอนคืนภายหลัง
" เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ ตรวจยึดกีตาร์ตัวดังกล่าวไว้เรียบร้อย พร้อมทั้งสอบสวน คนขับรถโดยสารไว้แล้วเช่นกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องสงสัยจากทางการแพทย์ เนื่องจากทราบว่า นายเป้ ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ได้ไปขอยาที่ใช้รักษาทางจิตเวช ที รพ.สต.ในพื้นที่ อ.น้ำพอง ซึ่งหากได้ข้อมูลก็จะได้ชื่อจริงและที่อยู่ของนายเป้ว่ามีภูมิลำเนาที่ใด แต่ถ้านายเป้ ไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ก็ขอให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการที่จะตามหาตัวคนร้าย ที่ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย"
ขณะเดียวกันที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นางสร้อย เกียรติคำมี อายุ 67 ปี พี่สาวแท้ๆของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาจาก อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา พร้อมญาติพี่น้อง เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ในการให้ปากคำรวมทั้งการขอรับศพ นางบุญมี ไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดสมศรีบ้านพังทุย ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
นางสร้อย บอกว่า ผู้ตายออกจากบ้านไปหลายปี ไม่ค่อยติดต่อกับคนทางบ้าน หรือญาติพี่น้อง ครั้งสุดท้ายประมาณ 6 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายได้กลับบ้านพร้อมสามี แต่ไม่ได้เล่าเรื่องในครอบครัวให้ฟังว่า มีลูก มีหลานหรือมีลูกเลี้ยงหรือไม่ และทางบ้านก็ไม่เคยทราบว่าสามีผู้ตายนั้นเสียชีวิตแล้ว และไม่ทราบว่า ผู้ตายมีลูกเลี้ยง
" ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านที่มีครอบครัวอยู่ที่ตำบลพังทุย โทรศัพท์ไปบอกกับญาติว่า มีคนชื่อติ๋มถูกฆ่าตาย คิดว่าน่าจะเป็นน้องสาวตัวเอง จึงเหมารถจากบ้านที่ จ.นครราชสีมา มาพบตำรวจ เพื่อขอดูศพ ซึ่งเมื่อเห็นศพ เห็นบัตรประชาชนก็มั่นใจว่าเป็นน้องสาวตัวเองจริงๆ เมื่อเข้าไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ชาวบ้านก็มาเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังจึงได้รู้เรื่องของน้องสาว แต่เมื่อน้องสาวตายแล้ว และตายอย่างเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ ก็ขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนจับคนที่ลงมือ มาดำเนินคดีรับโทษสูงสุด เพื่อชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น"