สองเครือข่ายภาคประชาชนยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมถึงผู้ว่าฯยโสธรทบทวนแผนพัฒนาลำเซบายและลำน้ำกว้าง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดยโสธร ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำจังหวัดยโสธร 15 ราย ประกอบด้วยกลุ่มอนุรักษ์ลำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว และเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธรได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ขอให้ดำเนินการทบทวนแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำ ที่ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินการโครงการพัฒนา และขอให้เร่งรัดแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำลำน้ำกว้าง-ลำน้ำกุดกุง โดยมี นายขันชัย สีนอร์ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธรและ นายสุรพล สวนจันทร์ นายช่างชลประทานอาวุโสโครงการชลประทานยโสธร เป็นผู้รับมอบและชี้แจง
นายสิริศักดิ์ สะดวก ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ลำเซบาย กล่าวว่าปัจจุบันลำน้ำเซบายบริเวณทิศตะวันออกของบ้านเชียงเพ็ง ได้มีแผนพัฒนาลำเซบายในการขุดลอก ซึ่งเครื่องจักรได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมาโดยชลประทานจังหวัดยโสธร เป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว โดยมีการดำเนินการก่อนขุดลอกชาวบ้านไม่เคยรับรู้แบบแปลนของกระบวนการดำเนินงานยังได้ทำลายระบบนิเวศน์ริมฝั่งลำเซบายที่ประเมินค่าไม่ได้
โดยเฉพาะพันธุ์พืชทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศริมลำน้ำเซบาย คือ 1.ช่วยชะลอน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก 2.ช่วยยึดแนวตลิ่งไม่ให้ทรุด เป็นต้น และระบบนิเวศน์ริมลำน้ำเซบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน คือ 1.พันธุ์พืชริมลำน้ำเซบายเป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลที่ชาวบ้านได้เข้าใช้ประโยชน์ เช่น หาหน่อไม้ หาไข่มดแดง หาเห็ด เป็นต้น และยังเป็นร่มเงาให้ชาวบ้านได้พักผ่อน ตลอดจนเป็นเกราะป้องกันฝุ่นของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลด้วย แต่การพัฒนาที่ไม่คำนึงถึงระบบนิเวศน์ย่อมส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและทรัพยากรริมฝั่งลำน้ำเซบายทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้ 1.ในช่วงฤดูน้ำหลากจะทำให้น้ำกัดเซาะตลิ่งริมลำน้ำเซบายเร็วขึ้น เนื่องจากไม่มีต้นไม้และพันธ์พืชยึดตลิ่ง2.สูญเสียแหล่งอาหารของชุมชนเป็นต้น โดยทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลเชียงเพ็งเห็นด้วยกับการพัฒนาแต่การพัฒนาจะต้องให้ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกำหนดวางแผนด้วย โดยเฉพาะตามมาตรา 41 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ
(1) ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ใช่เป็นการพัฒนาที่ตัดห่วงโซ่อาหารของชุมชนผ่านการทำลายระบบนิเวศน์
ดังนั้นทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายจึงมีข้อเสนอดังนี้
1.ให้ชลประทานหยุดการทำลายระบบนิเวศน์ริมลำน้ำเซบาย
2.ให้ชลประทานยโสธรชี้แจงแผนการดำเนินการโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างละเอียด
3.ให้ชลประทานตั้งงบประมาณในการฟื้นฟูบริเวณหน้างานที่กำลังดำเนินโครงการซึ่งทำให้ระบบนิเวศน์ริมลำน้ำเซบายเสียหาย โดยให้กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผนในการฟื้นฟูและดำเนินการฟื้นฟูในระยะเวลา 5 ปี
ด้าน นายนิมิต หาระพันธ์ กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร กล่าวว่าด้วยลำน้ำกว้างและลำน้ำกุดกุง เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี มีจุดเริ่มต้นจากตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร ไหลผ่าน ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร ,ตำบลย่อ ตำบลสงเปือย ตำบลกุดกง อำเภอคำเขื่อนแก้ว มีระบบนิเวศน์ที่หลากหลายทั้งป่าบุ่งป่าทาม พันธุ์พืช พันธุ์ปลาหลากหลายชนิด ให้ชาวบ้านริมลำน้ำกว้าง-ลำน้ำกุดกุง ได้พึ่งพาอาศัยฐานทรัพยากรในการดำรงวิถีชีวิตตามฤดูกาล และที่สำคัญยังทำให้ชุมชนได้มีการประกอบอาชีพด้วย เช่น การหาปลา การใช้น้ำริมลำน้ำในการทำนาปรัง การปลูกผัก ตลอดจนการเลี้ยงวัว-ควาย เป็นต้น โดยสถานการณ์ปัจจุบันลำน้ำกว้าง-กุดกุง ได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำจากหลายหน่วยงานโดยเฉพาะการสร้างฝายที่มีประตูเปิด-ปิด เป็นช่วง ๆ การขุดลอกที่ทำคันดินสูง จนอาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลของน้ำ ในช่วงฤดูแล้งกลางลำน้ำและท้ายน้ำไม่มีน้ำที่จะทำการเกษตรจากปรากฏการที่เกิดขึ้นทำให้เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร ที่ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหามาตลอด จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการดังนี้
1.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่ายบริหารจัดการน้ำลำน้ำกว้าง-กุดกุง อย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำที่มีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง
2.ให้ชลประทานจังหวัดยโสธรชี้แจงแผนโครงการขุดลอกลำน้ำกว้าง-กุดกง อย่างละเอียด
3.ให้ชลประทานตั้งงบในการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ลำน้ำกว้าง-กุดกุง โดยให้เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างเป็นกลุ่มที่เสนอแผนและบริหารจัดการงบประมาณในระยะเวลา 5 ปี
จึงเรียนมาเพื่อทราบและพิจารณาอย่างเร่งด่วน ผลเป็นประการใดตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วัน
0000000
สมหมาย/ยโสธร