เตือนเกษตรกรตรังระวังโรคระบาดปาล์มน้ำมันและยางพารา

ภูมิภาค17 มิ.ย. 2563 • 03:41 น.
เตือนเกษตรกรตรังระวังโรคระบาดปาล์มน้ำมันและยางพารา
เกษตรจังหวัดตรัง ขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน เฝ้าระวังด้วงแรด และโรคโคนลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน (โรคกาโนเดอร์ม่า) พร้อมเตือนชาวสวนยางพารา เฝ้าระวังการระบาดของโรครากขาวและโรคใบร่วงยางพารา ด้วย นายเรืองเดช นิเวศประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ขอให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน เฝ้าระวังด้วงแรด ซึ่งมีแหล่งขยายพันธุ์ แหล่งผสมพันธุ์และวางไข่ ได้แก่ ซากเน่าเปื่อยของลำต้น หรือตอของปาล์มน้ำมัน ซากพืชที่เน่าเปื่อยเช่น ซากเปลือกมะพร้าว ทะลายปาล์ม กองมูลสัตว์เก่า กองปุ๋ยคอก เป็นต้น นายเรืองเดช เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับการป้องกันกำจัดด้วงแรด การควบคุมโดยวิธีเขตกรรม คือการกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ หรือเกลี่ยกองซากพืช ให้กระจายโดยมีความสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องกองมูลสัตว์นานเกินกว่า 2-3 เดือน ควรหมั่นพลิกกลับกอง หรือนำใส่ในถุงปุ๋ยผูกปากให้แน่นและนำไปเรียงซ้อนกันไว้ การควบคุมโดยวิธีกล หมั่นทำความสะอาดบริเวณคอมะพร้าว หรือปาล์มน้ำมัน ตามโคนทางใบ หากพบรอยแผลเป็นรูใช้เหล็กแหลมแทงหาด้วงแรดเพื่อกำจัด การควบคุมโดยใช้กับดักล่อฟีโรโมนล่อจับตัวเต็มวัย และนำมาทำลาย และการควบคุมโดยชีววิธี ใช้เชื้อราเขียวเมตาไรเซียมและเชื้อไวรัสช่วยทำลายหนอน และตัวเต็มวัย “นอกจากนี้ ยังมี โรคโคนลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน (โรคกาโนเดอร์ม่า) มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Ganoderma โดยเชื้อราจะเข้าทำลายที่รากเข้าสู่โคนต้น การเข้าทำลายประมาณครึ่งหนึ่งของลำต้น จะแสดงอาการให้เห็นทางใบ การเน่ามีผลทำให้ไปบล็อคทางลำเลียงอาหารและน้ำในต้นพืช ทำให้อาการเหมือนกับอาการขาดน้ำ และขาดธาตุอาหารของพืช อาการภายนอก ใบมีสีซีดจางกว่าปกติ ทางแก่ล่างจะหักพับทิ้งตัวห้อยลงรอบ ๆ ลำต้น ซึ่งจะเร็วหรือช้าขึ้นกับฤดูกาล ทางยอดที่ยังไม่คลี่มีจำนวนมากกว่าปกติ” นายเรืองเดช กล่าว นายเรืองเดช กล่าวต่อไปว่า ในขณะเดียวกันภายในลำต้นปาล์มน้ำมันถูกทำลายไปถึงร้อยละ 50 ต้น จะตายภายใน 2-3 ปี โดยต้นจะหักหรือล้มลง โรคนี้ทำให้เกิดการเน่าแห้งของเนื้อเยื่อที่ฐานของต้น เมื่อตัดต้นเป็นโรคตามขวางจะเห็นเนื้อเยื่อบริเวณที่เน่าเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีแถบสีน้ำตาลเข้มรูปร่างไม่แน่นอนเกิดสลับกันอยู่ และที่ขอบแผลมีบริเวณสีเหลืองใสกั้นระหว่างส่วนที่เป็นโรคและส่วนที่ผิดปกติ รากมีลักษณะกรอบ เนื้อเยื่อภายในแห้งเป็นผง นายเรืองเดช กล่าวต่อไปอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับรำละเอียด 4-10 กิโลกรัม และปุ๋ยอินทรีย์ 50-100 กิโลกรัม รองก้นหลุมอัตรา 100 กรัมต่อหลุม ตามขนาดของหลุมปลูก หว่านในแปลงปลูกหรือรอบทรงพุ่มในอัตรา 3-6 กิโลกรัมต่อต้น และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20-100 ลิตร กรองเอาเฉพาะน้ำนำไปฉีดพ่นสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคในส่วนบนของต้นปาล์มน้ำมัน “นอกจากนี้ กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ขอให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา เฝ้าระวังการระบาดของโรครากขาวและโรคใบร่วงยางพารา ซึ่งโรครากขาวเกิดจาก เชื้อรา Rigidoporus microporusสามารถเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโต สำหรับลักษณะอาการ ใบหรือทรงพุ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จากนั้นใบจะร่วง พบกิ่งแห้งตายบริเวณราก หรือโคนต้นที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายจะปรากฏเส้นใยเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุม” นายเรืองเดช กล่าว นายเรืองเดช กล่าวต่อไปว่า หากพบในที่ชื้นแฉะจะพบดอกเห็ดที่โคนต้น มีลักษณะเป็นแผ่นครึ่งวงกลมแผ่นเดียวหรือซ้อนกันเป็นชั้นๆ ผิวด้านบนเป็นสีเหลืองส้ม โดยมีสีเข้มอ่อนเรียงสลับกันเป็นวง ผิวด้านล่างเป็นสีส้มแดง หรือสีน้ำตาล ขอบดอกเห็ดเป็นสีขาว แพร่ระบาดและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝน ส่วนการป้องกันกำจัด เมื่อพบต้นเป็นโรค ให้ขุดทำลายและรักษาต้นข้างเคียงโดยการใช้เชื้อรา ไตรโคเดอร์มา หรือสารเคมี สารเคมีที่แนะนำได้แก่ ไตรเดอร์มอร์ฟ ไซโปรโคนาโซล เฟนิโคลนิล เฮกชะโคนาโซล โพรปิโคนาโซล