หนุ่มหัวร้อน ไล่ยิงลุงวัย 56 ปี เหตุไม่พอใจเบรกรถกระทันหัน

ภูมิภาค6 ก.พ. 2565 • 09:20 น.โดย สุพรรณ ศรชัย
หนุ่มหัวร้อน ไล่ยิงลุงวัย 56 ปี เหตุไม่พอใจเบรกรถกระทันหัน
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.65 เวลา 19.20 น. ศูนย์วิทยุศรีไผท สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากศูนย์ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ แจ้งว่ามีเหตุขับรถยนต์ไล่ตามกันและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ จนเป็นเหตุให้รถให้รถยนต์ที่ถูกไล่ยิง พุงข้ามคลองใต้ทางกลับรถบ้านโคกจ๊ะ ต.ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ หลังจากได้รับเหตุแล้ว ได้ประสาน ให้ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ ภักดี ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ ใต้สะพานกลับรถบ้านโคกจ๊ะ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจำนวนหนึ่ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุดีแม๊คสีบรอน เทา ทะเบียนสุรินทร์ สภาพหน้ารถพังยับเยิน กระจกด้านหน้าแตก ภายในรถยนต์นั่งกันมา 3 คน ทราบชื่อคนขับชื่อนายวินัย พิมพ์กรณ์ อายุ 56 ปี มีอาการปวดหลังและปวดตามร่างกาย คนนั่งข้างคนขับชื่อนายเดียน สังสัญชาติ อายุ 69 ปี มีอาการปวดตามร่างกาย และนายนิติพงษ์ กองทุน อายุ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บที่หศีรษะแตกด้านขวาเป็นแผลฉีกขาดราว 4 เซนติเมตร ทั้ง 3 คนมีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า นายวินัย พิมพ์กรณ์ คนขับรถคันที่เกิดเหตุได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังจากเสร็จงานที่ อำเภอกาบเชิง ได้เดินทางจะกลับบ้านพัก ช่วงเข้ามาตัวเมืองสุรินทร์ได้ผ่านมาบริเวณตลาดนัดคลองถม ค่ายวีรรวัฒน์โยธิน ซึ่งช่วงนั้นมีรถวิ่งจำนวนมากเนื่องจากวันนี้มีตลาดนัดพอดี ขณะที่รถได้มาถึงบริเวณดังกล่าวได้มีรถจักรยานยนต์วิ่งตัดหน้า เข้ามายังรถของตน จึงทำให้ต้องเบรครถรถยนต์กระทันหัน ทำให้รถยนต์กระบะคันหลังที่ตามมาเบรคกะทันหันด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจึงได้ขับตามมาและบีบแตรใส่ตน ตนจึงจอดรถ คนขับรถกระบะ คู่กรณีคันดังกล่าว จึงได้เปิดกระจกรถยนต์พร้อมกับพูดว่าขับรถอย่างไรจะชนตูดแล้ว และต่อว่าด้วยคำหยาบคายว่า ให้ของลับ และด่าว่าเหี้ย ตนนั้นจึงได้ด่าสวนกลับไปด้วย ของลับ เช่นกัน หลังจากนั้นตนก็ขับรถออกมา และสังเกตได้ว่า รถคู่กรณีคันดังกล่าวได้ขับตามตนมาเช่นกัน ตนจึงขับหนีออกมา ตามเส้นทางผ่านสามแยกเรือนจำ เข้ามายังหมู่บ้านเฟื่อฟ้า บ้านหลักวอ ทะลุงออกเส้นทางไปสี่แยกเลี่ยงเมืองท่าสว่าง พอดีเป็นช่วงไฟแดง ตนไม่ขับฝ่าไฟแดงแต่ขับออกทางซ้ายมา รถคันคู่กรณีก็ขับตามหลัง ตนจึงขับจนถึงบริเวณถนนกลับรถใต้สะพานบ้านโคกจ๊ะ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งช่วงนั้นก็เป็นเวลาเย็นแล้วแต่ยังไม่มืด และมีรถไม่มากนัก ตนและคนที่นั่งมาด้วย 3 คนในรถ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ตนและคนที่นั่งมาด้วยก็ตกใจมาก ตนจึงเร่งคันเร่งวิ่งตรงมายังที่กลับรถใต้สะพานกลับรถ แต่ด้วยความเร็ว และตกใจมากรถจึงเสียหลัก ทำให้รถกระบะที่ตนขับมานั้นเหินลอยข้ามคูน้ำไปยังอีกฝั่งระยะไกลประมาณกว่า 20 เมตรได้ โดยรถของตนนั้นได้ชนเข้ากลับ แบริเออร์ 2 อันที่กันถนนไว้จนหล่นไปในคูน้ำ ส่วนรถของตนนั้นด้านหน้าพังยุบกระจกหน้ารถแตก แต่โชคยังได้ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนักในเหตุการณ์ครั้งนี้และรถกระบะคู่กรณีคนดังกล่าวก็ขับหลบหนีไป ตนจึงรีบโทรหาลูกชาย และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ และได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจสุรินทร์ เพื่อให้ตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฏหมาย และแจ้งมายังผู้สื่อข่าวเพราะเกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า ตนนั้นจำทะเบียนรถคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ได้ จำได้เพียงแต่เป็นรถ 4 ประตูสีขาวมีสติ๊กเกอร์สีดำติดอยู่ด้านข้างประตูทั้งสองด้าน นายวินัย พิมพ์กรณ์ คนขับรถยนต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 คน ลักษณะผมสั้นเตียน สวมเสื้อกล้ามสีขาว มีรอยสักที่บริเวณแขนด้านขวานั่งมากับ ผู้หญิง 1 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ 6 ก.พ.65 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกกับตนว่าตอนนี้กำลังลงพื้นที่เก็บภาพวงจรปิดตามทางที่รถได้วิ่งผ่าน และจะรวบรวมหลักฐานเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ ได้พบกับนายชิน ชูเชิด อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 5 บ้านจะแกโกน ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เกิดเหตุ เล่าว่าตนนั้นกำลังนั่งทานข้าวกับลูกสาวอยู่ในบ้าน เวลานั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ตนนั้นได้ยินเสียงเหมือนเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนนั้นก็ไม่ได้ออกมาดู จนทราบข่าวตอนเช้าว่ามีเหตุยิงกัน ส่วนนางมุกลูกสาวคุณตา เล่าว่าตอนนั้น กำลังทานข้าวเย็นกับพ่ออยู่ ได้ยินเหมือนเสียงปืนดังขึ้น ตนนั่นก็ตกใจ แต่ไม่ได้ออกมาดู และบริเวณแถวบ้านของตนนั้นมืดถึงกลางคืนดึกๆรถก็ไม่ค่อยวิ่งผ่านมากนั้น จากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อประสานไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสว่างเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณหน้า อบต.ริมถนนสายท่าสว่างเพื่อขอดูคลิปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวานนี้ จนได้ภาพวงจรปิดเมื่อเวลา 18.27 น.เห็น รถผู้เสียหาย ถูกไล่ตามด้วยรถผู้ก่อเหตุ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เช่นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางถนนที่รถสองคันได้วิ่งผ่าน เพื่อรวบรวมเป็นพยานหลักฐานใรการนำตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนด้านข้อหานั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องขอดูหลักฐานก่อนว่าจะมีข้อหาอะไรได้บ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาปลอกกระสุนปืน ว่าเป็นอาวุธปืนชนิดไหน ซึ่งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป