รอง ผบ.ตร.รุดสอบออกหมายจับ ตัวแทนลิขสิทธิ์ ปลอมเอกสาร กรรโชกทรัพย์

ภูมิภาค30 พ.ย. 2562 • 09:32 น.
รอง ผบ.ตร.รุดสอบออกหมายจับ ตัวแทนลิขสิทธิ์ ปลอมเอกสาร กรรโชกทรัพย์
รอง ผบ.ตร.รุดสอบออกหมายจับ ตัวแทนลิขสิทธิ์ ปลอมเอกสาร กรรโชกทรัพย์พบสาวท้องแก่ตกเป็นเหยื่อ ขายเสื้อผ้าเบนเทน ถูกเรียกเงิน แทนการดำเนินคดี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ประชุมเร่งรัด ดำเนินคดีเกี่ยวกับตัวแทนลิขสิทธิ์ ที่มีการแอบอ้าง เพื่อจับกุมเรียกรับเงินบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ขายเสื้อผ้ามีลิขสิทธิ์ โดยมี พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวนนครพนม นำทีมพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เร่งรัดติดตามคดี พร้อมมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครพนม อนุมัติออกหมายจับ นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 33 หมู่ 1 ต.หนองหาร จ.อุดรธานี ฐานความผิด กรรโชกทรัพย์(เงินสด) และปลอมใช้เอกสารปลอม โดยศาลจังหวัดนครพนม ได้อนุมัติออกหมายจับ ที่ จ 155 / 2562 ซึ่งผู้ต้องหา ได้เคยก่อคดีดัง เกี่ยวกับลิขสิทธิ์กระทง อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี แต่ภายหลัง มีผู้เสียหาย คือ นางสาวศิรินภา วงค์ล่าม อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 14 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ว่าถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ คือผู้ต้องหา ได้นำเอกสารหลักฐานไปแสดงตัวเป็นบริษัทผู้รับมอบอำนาจจับกุมลิขสิทธิ์ เข้าจับกุม ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เสื้อผ้าการ์ตูนชื่อดังเบนเทน เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา แต่ตรวจสอบภายหลังทราบว่า เป็นเอกสารปลอม และมีการเรียกรับเงินไป จำนวน 15,000 บาท จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ภายหลัง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนาชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวนนครพนม นำทีมพนักงานสอบสวน ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลนครพนม เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กับผู้เสียหาย คือ นางสาวศิรินภา วงค์ล่าม อายุ 30 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัว หลังจากคลอดบุตร ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าได้มีการจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาจริง หลังนำเอกสารรับมอบอำนาจเข้ามาจับกุม กรณีขายเสื้อผ้าแบรนเบนเทน และได้มีการนำหลักฐานมาบรรทุกประจำวันที่ สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พร้อมแจ้งให้จ่ายค่าปรับเป็นเงิน จำนวน 35,000 บาท แต่ผู้ต้องหาได้เจรจาตกลง ให้จ่ายเพียง 15,000 บาท พร้อมยืนยันว่าจะดูแลไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี ตามกฎหมาย พอทราบข้อเท็จจริงภายหลัง จึงแจ้งความดำเนินคดีกลับ นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่า ตรวจสอบแล้วมีการก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีก 2 คดี ในพื้นที่ สภ.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีเอาผิดเพิ่มเติม ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามเร่งรัดดำเนินคดี เอาผิดเกี่ยวกับตัวแทนลิขสิทธิ์ ที่มีการนำเอกสารปลอม อ้างว่ารับมอบอำนาจจากบริษัท ดูแลลิขสิทธิ์เสื้อผ้าแบรนดัง จากนั้นได้มีการเดินสายตรวจสอบจับกุม บรรดาพ่อค้าแม่ค้า และมีการกรรโชกทรัพย์ เรียกรับเงินแทนการดำเนินคดี จนกระทั่งมีผู้เสียหาย ชาว อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.โพนสวรรค์ ท้องที่เกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจได้มีการสอบสวน สืบสวน จนกระทั่งพบว่า ผู้กระทำผิดคือ นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาที่เคยก่อคดี จับลิขสิทธิ์ทำกระทง โดยพฤติกรรมผู้ต้องหา ที่มาก่อเหตุในพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นคพรนม ได้มีการนำเอกสารหลักฐานปลอม เกี่ยวกับหนังสือมอบอำนาจของบริษัทดูแลลิขสิทธิ์ เข้าไปจับกุมผู้เสียหาย ทั้งที่เอกสารตัวจริงได้ส่งคืนบริษัทต้นสังกัดไปแล้ว จากนั้นได้มีการเสนอให้ผู้เสียหาย เสียค่าปรับจำนวน 30,000 บาท และมีการเจรจาตกลงเรียกรับเงินเพียง 15,000 บาท เพื่อแลกกับการปิดคดี ไม่ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ จากนั้นผู้เสียหาย จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ภายหลัง ทางตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับเพิ่มแล้ว เพื่อดำเนินคดีเอาผิด และในวันนี้ได้เข้าพบเยี่ยมให้กำลังใจผู้เสียหาย และยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบพบว่า มีการก่อคดี ในพื้นที่ อ.นาหว้า อีก 2 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่สำคัญได้มีการหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจในสังกัด ให้เพิ่มมาตรการเข้มตรวจสอบดูแล พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทราบถึงขั้นตอนในการตรวจสอบจับกุม ลิขสิทธิ์ ซึ่งหากมีการตรวจสอบจับกุม จะต้องมีการดำเนินการทุกขึ้นตอน และให้ตำรวจ ร่วมตรวจสอบดูแล ไม่ให้มีการฉวยโอกาสกรรโชกทรัพย์ เรียกรับเงิน ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ หรือหากประชาชนที่สงสัย และเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อสามารถตรวจสอบ ขอคำปรึกษากับตำรวจได้ทุกท้องที่ ฝากพี่น้องประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ จากนี้ไปจะปราบปรามขบวนการจับกุมลิขสิทธิ์ และกรรโชกทรัพย์ให้หมดไป ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ