กาญจนบุรี พบศพหนุ่มใหญ่วัย 37 กลายเป็นศพนอนเสียชีวิตริมคลองชลประทาน

ภูมิภาค25 ม.ค. 2562 • 08:28 น.
กาญจนบุรี พบศพหนุ่มใหญ่วัย 37 กลายเป็นศพนอนเสียชีวิตริมคลองชลประทาน
กาญจนบุรี พบศพหนุ่มใหญ่วัย 37 กลายเป็นศพนอนเสียชีวิตริมคลองชลประทานในสภาพปากแตก ท้ายทอยมีบาดแผลคล้ายถูกทำร้าย เบื้องต้นแพทย์ลงความเห็น บาดแผลที่พบไม่น่าเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ส่งศพผ่าพิสูจน์ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกัน สั่งตำรวจสายตรวจไปตรวจสอบพบว่า นอนเสียชีวิตแล้วที่พงหญ้าข้างคลองฯ ลำตัวเปียกน้ำ ห่างไป 10 เมตรเจอรถ จยย.ผู้ตายล้มอยู่ คาด ถูกทำร้ายจนตกน้ำ เวลา 00.24 น.ของวันที่ 25 ม.ค.62 ร.ต.อ.จรัญ กระจ่างแจ่ม รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ขุนรัตนาวุธ) ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีคนกำลังทะเลาะวิวาทชกต่อยกันบนถนนเลียบริมคลองชลประทานสายหวายเหนียว-ท่าตะคร้อ หมู่ 13 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกาฯ หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้ตำรวจสายตรวจตำบลแสนตอ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และในเวลาต่อมาก็ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจว่า ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผกก.สภ.ท่ามะกาฯ พ.ต.ท.สุวิทย์ ห่วงทอง รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ฌานณรงค์ นาคทอง สว.สส.ฯ ร่วมกับชุดสืบสวน พร้อมทั้งประสานแพทย์เวร รพ.มะการักษ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดฯ และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ขุนรัตนาวุธ) ให้มาร่วมตรวจสอบชันสูจน์พลิกศพ จากการตรวจสอบที่บริเวณบนถนนเลียบริมคลองชลประทานสายดังกล่าวพบว่า ริมถนนมีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟรุ่น110 ซีซี.สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน ขกง.980 นครปฐม ล้มคว่ำอยู่ ห่างจากจุดที่รถ จยย.ล้มคว่ำลงไปในพงหญ้าริมคลองชลฯ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนหงายสวมเสื้อยึดแขนสั้นสีแดง กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าผ้าใบสีเทาดำเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างตกอยู่ที่ข้างตัวผู้ตาย เบื้องต้นจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์พบว่า ลำตัวของผู้ตายเปียกน้ำสภาพศพผู้ตายมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายที่บริเวณปากจนแตกเลือดกลบปาก ที่บริเวณท้ายทอยด้านหลังมีบาดแผลถูกทำร้ายเป็นบาดแผลเล็กน้อย ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์ แพทย์ไม่สามารถลงความเห็นได้ว่า เป็นบาดแผลที่ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตหรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จึงทำการตรวจสอบเก็บหาหลักฐานในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ตรวจสอบหลักฐานในตัวผู้ตายพบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตายระบุชื่อนายเพชรทพงษ์ หรือโด่ง ลมพัด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/20 หมู่3 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี อดีตเคยรับราชการเป็นครู แต่ปัจจุบันได้ลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำงานอะไร จึงมอบศพผู้ให้มูลนิธิฯ นำศพส่ง รพ.ศูนย์ราชบุรี เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายอีกครั้ง สอบสวนปากคำญาติๆ ผู้ตายทราบว่า ก่อนหน้าที่ นายเพชรทพงษ์ หรือโด่ง ผู้ตายจะกลายเป็นศพเสียชีวิตครั้งนี้ ผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านโดยบอกกับทางบ้านว่า จะไปนอนบ้านปู่ที่อยู่ห่างจากบ้านของผู้ตายไปประมาณ 4-5 กม.จากนั้นก็หายไป จนกระทั่งมาทราบว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจทราบว่า ก่อนหน้าที่จะพบว่า นายเพชรทพงษ์ นอนเสียชีวิตครั้งนี้ ได้มีชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าว ซึ่งเป็นถนนเลียบริมคลองชลฯ ที่เปลี่ยวไมมีบ้านคน เห็นว่า นายเพชรทพงษ์ ผู้ตายกำลังยืนทะเลาะมีปากเสียงกับกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 2 คน ผู้เห็นเหตุการณ์ยังเล่าต่อไปอีกว่า ผู้ชายทั้ง 2 คนได้รุมทำร้ายชกต่อยผู้ตาย จึงได้โทรศัพท์แจ้งมูลนิธิฯ ให้มาตรวจสอบและพบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ซึ่งแนวทางการสืบสวนของตำรวจสันนิฐานว่า ขณะที่ผู้ตายขี่รถ จยย.ไปตามถนนสายดังกล่าว เพื่อมุ่งหน้าไปบ้านปู่ ระหว่างทางถูกกลุ่มคนร้ายรุมทำร้ายจนตกลงไปในคลองชลประทานที่มีระดับน้ำไม่สูง เพราะช่วงเกิดเหตุกรมชลประทานได้ทำการปิดน้ำ ซึ่งสภาพศพของผู้ตายร่างกายเปียกน้ำ หลังกลุ่มคนร้ายหลยหนีไป ผู้ตายขณะเกิดเหตุคาดว่า ยังไม่เสียชีวิต เมื่อได้สติจึงตะเกียดตะกายขึ้นฝั่งและมาเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าว เพื่อหาเบาะแสและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นอยู่ระหว่างการรสืบสวนสอบสวน