สั่งสอบโรงงานแป้งมันใช้ที่ สปก.ทำบ่อบำบัดน้ำเสียปล่อยลงสู่ลำห้วยกุดแข้

ภูมิภาค21 ต.ค. 2562 • 10:33 น.
สั่งสอบโรงงานแป้งมันใช้ที่ สปก.ทำบ่อบำบัดน้ำเสียปล่อยลงสู่ลำห้วยกุดแข้
ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์สั่งตรวจสอบโรงงานแป้งมันใช้ที่ สปก.ทำเป็นบ่อบำบัดน้ำเสียปล่อยลงสู่ลำห้วยแหล่งน้ำสาธารณะลำห้วยกุดแข้ ทำระบบนิเวศน้ำเน่าเสีย ปลาและต้นข้าวชาวบ้านตาย ลั่นหากพบกระทำผิดจริงดำเนินการเด็ดขาดทันที พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูและเยียวยาชาวบ้าน จากกรณีชาวบ้านโคกศรี ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ รวมตัวกันร้องทุกข์ หลังได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากมีโรงงงานแป้งมันในพื้นที่ ปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำห้วยกุดแข้ แหล่งน้ำสาธารณะธรรมชาติ ส่งผลให้น้ำระบบนิเวศเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น ปลาและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่น้ำตาย รวมถึงต้นข้าวของเกษตรกรล้มตายจำนวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวถูกปล่อยเรื้อรังมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ปัจจุบันส่งผลไปถึงการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากมีชาวบ้านล้มป่วย เป็นโรคทางเดินหายใจ และผิวหนังหลายราย กระทั่งนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้อุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ ออกหนังสือแจ้งไปยังโรงงานแป้งมันหยุดประกอบกิจการชั่วคราว ภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2562นี้ เป็นเวลา 7- 10 วันตามความเหมาะสม เพื่อปรับปรุงโรงงานระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขโรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค.62 นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาดังกล่าวนอกจากทางจังหวัดจะให้ทางสำนักงานอุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ออกหนังสือแจ้งไปยังโรงงานแป้งมันหยุดประกอบกิจการชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียภายในวันนี้ 21 ตุลาคม 2562 และเร่งดำเนินการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวเร่งฟื้นฟูสภาพและระบบนิเวศน้ำในลำห้วยกุดแข้ ซึ่งเป็นการดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกันแล้ว ขณะนี้ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบบริเวณรอบโรงงาน โดยเฉพาะพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสียว่า มีที่ดินของราชการเข้าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะที่ดิน สปก.ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ หรือสปก.กาฬสินธุ์ เร่งลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบที่ดินบริเวณรอบโรงงานและที่ดินตั้งโรงงานว่า เป็นที่ดินสปก.หรือไม่ ซึ่งหากมีการตรวจสอบพบว่าเป็นที่ดินสปก.จริงจะต้องมีการตรวจสอบต่อไปด้วยว่าการที่ได้ที่ดินสปก.มานั้นได้มาอย่างไร และการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสปก.หรือไม่ ซึ่งหากเป็นที่ดินสปก.จริงและเป็นการใช้ประโยชน์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสปก.ก็จะมีการดำเนินการทันที โดยการเพิกถอนและต้องมีการงะงับการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวต่อไป นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัดและชัดเจน แต่การตรวจสอบต้องขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่สปก.เข้าไปสำรวจ และตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตและมีส่วนร่วม จะมีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นมา 3 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ประกอบด้วยส่วนราชการ ผู้ประกอบการโรงงาน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งอาจจะหนึ่งไตรมาสหรือทุก 3 เดือนจะการประชุมและลงพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้