เผลอเรอ! หนุ่มขับเก๋งเปิดประตูรถมอเตอร์ไซค์มาชนเสียหลักล้มไปใต้ท้องรถพ่วง18 ล้อทับดับอนาถ

ภูมิภาค13 เม.ย. 2563 • 23:25 น.
เผลอเรอ! หนุ่มขับเก๋งเปิดประตูรถมอเตอร์ไซค์มาชนเสียหลักล้มไปใต้ท้องรถพ่วง18 ล้อทับดับอนาถ
เมื่อวันที่ 13 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวเกิดอุบัติเหตุถูกรถพ่วง 18 ล้อทับเสียชีวิตที่บริเวณกลางตลาดกกค้อ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณหน้าร้านขายเครื่องเขียน โดยเจ้าของร้านได้นำภาพกล้องวงจรปิดมาให้ไว้เป็นหลักฐานในกล้องมีรถเก๋งสีขาวยี่ห้อ toyota camry หมายเลขทะเบียน กน 1563 ภูเก็ต ขับมาจอดที่ริมถนนหน้าร้านขายเครื่องเขียน จอดแอบด้านซ้ายมีชายเปิดประตูออกไป ขณะนั้นได้มีหญิงทราบชื่อภายหลังว่าคือนางสาววราภรณ์ โสประดิษฐ์ อายุ 25 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 358 หมู่ 10 ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ขับรถมอเตอร์ไซค์ honda scoopy สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กค 700 หนองบัวลำภู ชนเข้าที่ฝั่งประตูด้านขวาของคนขับ และรถมอเตอร์ไซค์ได้เสียหลักล้มลงขณะนั้นได้มีรถพ่วง 18 ล้อ อีซูซุ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 81 – 5859 หนองคาย วิ่งตามหลังมา มุ่งหน้าไปทางจังหวัดเลย ได้ทับร่างของผู้เสียชีวิต โดยมีคนขับรถพ่วงคือนายสหราษฎร์ สนิทบรรเลง อายุ 24 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 2 ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นคนขับรถพ่วงคันดังกล่าว ร.ต.อ.วีระยุทธ ทิพย์ลม พนักงานสอบสวน สภ.นากลาง พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลนากลางและหน่วยกู้ภัยได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปสอบปากคำที่ สภ.นากลางทราบชื่อคนขับรถเก๋งภายหลังว่าคือนายธนรัตน์ เสมอใจ อายุ 26 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 13 ตำบลนาเหล่า อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าตนเองทำงานอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต และช่วงนี้กลับมาพักที่บ้าน หลังจากกักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วันพอครบแล้ว จึงได้ขับรถจะมาทำธุระที่ธนาคารในอำเภอนากลาง แต่บริเวณธนาคารไม่มีที่จอดรถจึงได้ขับเลยมาจอดด้านซ้ายบริเวณจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นตนเองได้มองกระจกหลังแล้วไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของผู้ตายขับมา จึงได้ปิดสวิตช์พับกระจกด้านข้างเข้ามาและเปิดประตูลงไปแต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น พอเกิดเหตุตนเองได้ลงจากรถวิ่งไปเพื่อจะช่วยเหลือน้องผู้หญิงคนที่ขับรถมา แต่ก็ไม่ทันตนเองรู้สึกเสียใจมาก และยอมรับสารภาพตามคลิปหลักฐานที่ปรากฏ และพร้อมที่จะชดใช้เยียวยาให้กับทางญาติผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียชีวิตพบกับนางวรัญญา ผ่านแผ้ว อายุ 32 ปี เป็นพี่สาวผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองเป็นพี่สาวคนโตผู้ตายเป็นคนที่ 2 น้องสาวทำงานอยู่ที่บริษัทไฟแนนซ์แห่งนึงในอำเภอนากลาง ซึ่งทุกวันน้องสาวทำหน้าที่การเงินจะขับรถมาทำธุรกรรมที่ธนาคารทุกวัน ซึ่งตอนนี้น้องสาวได้สอบบรรจุครูในโครงการครูคืนถิ่นสอบสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วเหลือเพียงเข้าไปสอบวิชาภาษาอังกฤษอีกเพียงวิชาเดียวก็จะได้เป็นครูตามความฝัน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองเป็นคนส่งเสียน้องเรียนจนจบครูสังคมและสมัยเรียนน้องเรียนเก่งมากได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ของมหาลัย ซึ่งตอนนี้มารดาถึงกับช็อคหลังจากทราบข่าวว่าน้องเสียชีวิตรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าปกติวันที่ 13 เมษายนของทุกปีจะเป็นวันหยุด และเป็นวันเทศกาลสงกรานต์ถ้าวันนี้น้องไม่ได้ไปทำงานน้องคงไม่เสียชีวิต แต่ก็เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเฝ้าระวังในเรื่องไวรัสโควิท19 เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติน้องก็ต้องไปทำงาน และมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าจะรอให้พิธีศพของผู้เสียชีวิตผ่านไปเรียบร้อยแล้วจะได้นัดคู่กรณีทั้งหมดมาเจรจา ในเบื้องต้นรถที่เกิดเหตุทุกคันมีประกันภัยครบถูกต้อง และจะได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ข่าวคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานให้ทราบต่อไป