ผู้สมัครสส.บุรีรัมย์เขต 1- เขต 7 ทษช. ยังเดินหน้าหาเสียงปกติ หวังศาลจะไม่ตัดสินยุบพรรค

ภูมิภาค6 มี.ค. 2562 • 10:43 น.
ผู้สมัครสส.บุรีรัมย์เขต 1- เขต 7 ทษช. ยังเดินหน้าหาเสียงปกติ หวังศาลจะไม่ตัดสินยุบพรรค
ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 และ เขต 7 พรรคไทยรักษาชาติ ยังเดินหน้าหาเสียงตามปกติประชาชนต่างให้กำลัง และจะรอฟังศาลพิจารณาตัดสินคดีในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตัวเอง ทั้งหวังว่าศาลจะเมตตาไม่ตัดสินยุบพรรค แต่ผลจะออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปต้องรอฟังมติและนโยบายพรรค วันนี้ (6 มี.ค.62) ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 และ เขต 7 จากพรรคไทยรักษาชาติ ยังคงเดินหน้าออกลงพื้นที่พบปะประชาชนตามหมู่บ้าน และปราศรัยย่อยหาเสียงตามปกติ ไม่หวั่นการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่นัดพิจารณาตัดสินคดียุบหรือไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) แต่ผู้สมัครต่างก็หวังว่าศาลจะเมตตาไม่ยุบพรรค เพราะมีความตั้งใจที่จะได้เป็นตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นที่หาเสียงที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และประชาชนที่ทราบข่าวต่างก็ให้กำลังใจทั้งผู้ตัวผู้สมัครและพรรค สำหรับที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทางพรรคไทยรักษาชาติ ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ 5 เขตเลือกตั้ง จากทั้งหมด 8 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 , 5 , 6 , 7 และเขตเลือกตั้งที่ 8 ซึ่งคู่แข่งสำคัญยังเป็นผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย เจ้าของพื้นที่เดิมแทบทุกเขต พ.ต.ท.กิตติฤทธิ์ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวล ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ออกหาเสียงตามปกติไปจนกว่าจะมีการพิจารณาตัดสินคดี เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาสของตัวเองและประชาชนที่จะได้รับฟังแนวนโยบายของพรรค แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่เดินทางไปฟังการพิจารณาคดีที่กรุงเทพฯ จะรอลุ้นอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตัวเองซึ่งก็จะมีประชาชนมาร่วมลุ้นและให้กำลังใจด้วย ซึ่งก็หวังว่าศาลจะเมตตาไม่ตัดสินยุบพรรค แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ ด้านนายศิโรตม์ บุญข่าย ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 พรรคไทยรักษาชาติ ก็บอกตรงกันว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลและยังคงลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการพิจารณาตัดสินของศาล ซึ่งส่วนตัวก็หวังว่าศาลจะเมตตาไม่ตัดสินยุบพรรค เพราะพรรคไทยรักษาชาติก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้า แต่ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปก็ต้องรอฟังมติและนโยบายจากพรรค เพราะผู้สมัครก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของพรรค