นรกส่งมาเกิด ลูกทรพีหลอนยาใช้มีดอีโต้ฟันคอพ่อและแม่ดับสยอง เตรียมขุดหลุมฝังข้างบ้าน
สุดสะเทือนใจ ที่จ.อุดรธานีเกิดเหตุลูกหลอนยาหนักใช้มีดอีโต้ฟันคอพ่อและแม่ดับสยอง 2 ศพ รอจนถึงรุ่งเช้าเตรียมขุดหลุมฝังข้างบ้านด้วย ชาวบ้านผวาไม่กล้าเข้าใกล้ใช้มีดไล่ฟันไปทั่ว ตร.กุมภวาปีต้องเข้าบุกเข้าชาร์ทจับกุมได้สารภาพไม่สะทกสะท้าน สารภาพพ่อและแม่จะไล่ฆ่าควายที่ตนเองรัก ถือเป็นกรรมของพ่อและแม่ ขณะที่ชาวบ้านรุมสาปแช่งลูกทรพีฆ่าได้แม้กระทั่งพ่อและแม่แท้ๆ วอนเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเด็ดขาด ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต
ที่จ.อุดรธานีมีเรื่องราวที่น่าหดหู่และสุดแสนสะเทือนใจเมื่อลูกชายคลั่งยาเสพยาเยอะจนหลอนฆ่าพ่อและแม่ผู้ให้บังเกิดเกล้าจนเสียชีวิต 2 ศพแล้วจะขุดหลุมฝังข้าง ๆ บ้านด้วย โดยวันนี้ (12 พ.ค.64) เวลา 07.30 น. พ.ต.ต. กิตต์ทัพพ์ ชาชีวะนันท์ พนักงานสอบสวน สภ.กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดฆ่าพ่อแม่ตัวเองเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 14 ม.3 บ้านเหล่ากล้วย ต.เสอเพอ อ.กุมภวาปี จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี ตร.ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาพัฒนาธรรมกุมภวาปี เนื่องจากคนร้ายของมีการคลั่งใช้มีดไล่ฟันชาวบ้านไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านพากันหวาดกลัว แต่ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตร.ก็สามารถเกลี้ยกล่อมและบุกชาร์ทจับกุมได้ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุที่ลงมือฆ่าพ่อและแม่ของตนเองแท้ๆ คือนายปิยะพงษ์ บุญญรัตน์ อายุ 41 ปี หรือชื่อเล่น “ยะ” ยังมีอาการคลุ้มคลั่งพูดจาไม่รู้เรื่องและยอมรับสารภาพเป็นคนลงมือใช้มีดอีโต้นฟันคอพ่อและแม่ตนเองเสียชีวิต
ส่วนภายในห้องนอนบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่เห็นภาพมีผู้เสียชีวิต 2 ศพด้วยความหดหู่และสะเทือนใจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนางละออง บุญโยรัตน์ 67 ปี และนายพิสิฐ บุญโยรัตน์ 74 ปี เป็นเจ้าของบ้านและเป็นพ่อและแม่บังเกิดเกล้าของนายปิยะพงษ์ สภาพถูกฟันด้วยอาวุธมีดอีโต้บริเวณลำคอจนหวิดขาดทั้งสองคนและตามร่างกายยังมีร่องรอยฟันอีกหลายแผล
ต่อมา พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ตร.ภูธร จ.อุดรธานีเดินทางมาสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตนเอง โดยนายปิยะพงษ์ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือจริง เหตุเกิดเมื่อประมาณ 21.00 น.ของเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ค.64 ที่ผ่านมา ขณะที่พ่อและแม่กำลังจะนอนหลับภายในบ้าน ตนเองใช้เท้าถีบประตูเข้าไป ใช้มีดอีโต้ 2 ดวงที่ถืออยู่ในมือฟันไปที่คอแม่ก่อน เห็นแม่เอามือป้องปัดตนก็ฟันเข้าไปอีก พอแม่ล้มลงก็หันไปทางพ่อแล้วใช้มีดฟันไปที่คอของพ่อหลายครั้งจนล้มลงอีก พอลงมือเสร็จก็ไม่ได้ไปไหนก็นั่งเล่นแถวๆ บ้าน พอเวลาประมาณตี 4 จึงใช้จอบขุดหลุมข้างๆ บ้านจะนำศพพ่อและมาฝัง แต่ตอนเช้ามีชาวบ้านมาเห็นตนเองก็บอกไม่ให้มายุ่ง แล้วก็มีตร.เข้ามาจับกุมตนเอง
โดยการรับสารภาพครั้งนี้นายยะกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านและยังมีอาการหลอนพูดจาวกไปวนมา ส่วนสาเหตุอ้างว่าพ่อและแม่ตนเองซื้อควายให้เลี้ยงแล้วจะขายควายของตนเอง ทำให้ทะเลาะกันแล้วพ่อจะเอาปืนแก๊ปมายิงตนเอง จึงลงมือฆ่าพ่อและแม่ก่อน ก่อนที่พ่อและแม่จะขายควายตนเองไป ส่วนที่พ่อและแม่ตายถือเป็นกรรมของเขา เมื่อตร.และชาวบ้านได้ยินเช่นนั้นถึงกับหดหู่และสะเทือนใจลูกแท้ๆ ฆ่าพ่อและแม่ได้ลงคอเพราะทาสยาบ้าเสพจนหลอนแท้ๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวนายปิยะพงษ์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันทีและจุดธูปขอขมาพ่อและแม่ตนเอง โดยนายยะบอกว่า ใช้กรรมใช้เวรของใครของมันก่อนตร.จะคุมตัวขึ้นรถออกจากพื้นที่ทันที แต่ก็ยังพูดตอนท้ายว่า อย่าให้กูออกมานะกูจะฆ่าพี่สาวที่เหลือให้หมด
นางเดือน อายุ 50 ปีชาวบ้านที่เดินเข้ามาที่บ้านหลังเกิดเหตุคนแรก เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เช้าวันนี้ตนเองและแฟนเข้ามาที่บ้านนายยะก็บอกว่ายะฆ่ากับพ่อและแม่แล้วก็พากันเข้าไปดูก็ต้องตกใจเพราะนายยะฆ่าพ่อและแม่ตนเองตายจริงๆ ชาวบ้านจึงพาแห่มาดู สำหรับนายยะเป็นลูกชายคนที่ 4 เป็นลูกชายคนสุดท้อง ส่วนลูกๆ อีก 3 คนเป็นผู้หญิงหมด สาเหตุเพราะเขาเสพยาเยอะจนหลอนประจำแต่ไม่คิดว่าจะฆ่าพ่อกับแม่ได้ลงคอ เห็นเรื่องราวแบบนี้แต่ในทีวีและที่อื่นมาเห็นคนในหมู่บ้านตนเองรู้สึกหดหู่อย่างมาก อยากให้ตร.ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดอย่าให้ออกมาอีกไม่เช่นนั้นจะมีศพต่อไปแน่
พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ตร.ภูธร จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ตร.สภ.กุมภวาปีรับแจ้งมีการฆ่ากันตายที่เกิดเหตุแห่งนี้นะครับพอเรามาถึงที่เกิดเหตุพบว่าผู้ที่เสียชีวิตเนี่ยเป็นสองสามีภรรยาซึ่งมีอายุมากแล้วแล้วก็ผู้ที่กระทำความผิดในครั้งนี้ก็คือเป็นลูกชายของเขาโดยเป็นลูกชายคนสุดท้อง จากพฤติการณ์เท่าที่ตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุ มีความโกรธเคืองพ่อแม่เนื่องจากคิดว่าพ่อแม่อยากได้ควายของตนเองด้วยการที่จะนำปืนแก๊ปไปไล่ยิงบวกกับที่ถูกดุด่าว่ากล่าวในเรื่องของอยากจะได้ควายเป็นของตนเอง จึงเกิดแรงบันดาลโทสะประกอบกับเจ้าตัวยอมรับว่ามีการเสพยาเสพติดยาบ้าจึงเกิดการจิตหลอนแล้วก็ได้ค่าลงมือฆ่าทั้งพ่อทั้งแม่ด้วยการใช้อาวุธมีดทำร้ายจนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ซึ่งเกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนแล้วประมาณ 3-4 ทุ่ม แล้วผู้ต้องหาก็ยังไม่ไปไหนจนกระทั่งใกล้รุ่งเช้าเถึงได้ลงมือนำจอบมาขุดหลุมฝังศพพ่อแม่ไว้ที่บริเวณจุดใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ตร.ได้แจ้ง 2 ข้อหาหนักคือ “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” และ “ทำร้ายบุพการีจนเสียชีวิต” ตร.จะดำเนินคดีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต