ตำรวจภาค 3 รวบ 4 โจ๋ชาวโคราช​ รวมหัวปล้นทรัพย์เน้นเหยื่อครอบครัวสามีชาวต่างชาติฐานะดีทั่วอีสาน เผยหัวหน้าก๊วน ประวัติโชกโชนก่อเหตุ 11 คดี

ภูมิภาค11 เม.ย. 2566 • 14:23 น.
ตำรวจภาค 3 รวบ 4 โจ๋ชาวโคราช​ รวมหัวปล้นทรัพย์เน้นเหยื่อครอบครัวสามีชาวต่างชาติฐานะดีทั่วอีสาน เผยหัวหน้าก๊วน ประวัติโชกโชนก่อเหตุ 11 คดี

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจภาค 3 นครราชสีมา พล.ต.ต ระพีพงษ์  สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมแถลงผลการจับกุมนายประสพโชค (สงวนนามสกุล)​หรือเอ้ดดี้ อายุ 32 ปี ที่อยู่หมู่ 3 ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล)​ อายุ 25 ปี ที่อยู่หมู่ที่ 14 ต.โนนจาน อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา นายพุฒิพงศ์ (สงวนนามสกุล)​ อายุ 23 ปี ที่อยู่หมู่ 15 ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายอัษฎากร อายุ 21 ปี ที่อยู่หมู่ 9 ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ นครราชสีมา ผู้ต้องหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมของกลาง รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะกระทำความผิด จำนวน 2 คัน คือ รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้ รุ่นยารีส สีดำ ทะเบียน กรุเทพมหานคร กระบะ ยี่ห้ออิซูซุ รุ่น ดีแม็ก สีเทา ทะเบียน นครราชสีมา อาวุธปืนออโตเมติก และปืนลูกโม่ อย่างละ 1 กระบอก อาวุธมีดจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ท สมประสงค์ ผบช.ภาค 3 เปิดเผยว่า พฤติการณ์นายประสพโชค หรือเอ็ดดี้ เป็นหัวหน้าแก๊งพร้อมพวกตระเวนก่อเหตุหลายพื้นที่ภาคอีสานและมีประวัติถูกต้องโทษคดีปล้นทรัพย์,ลักทรัพย์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และ 4  จำนวน 11 คดี เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์จากเรือนจำเรือนจำกลางอุดรธานี เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2564 แต่ไม่สำนึกในความผิดออกมาร่วมกับพวกอีก 3 คน วางแผนตระเวนดูตามแหล่งผู้คนจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เน้นเหยื่อครอบครัวคนไทยที่มีสามี หรือญาติ พี่น้อง เป็นชาวต่างชาติ ดูมีฐานะร่ำรวย จากนั้นได้แอบติดตามไปดูที่บ้านพักอาศัย เลือกบ้านที่ไม่มีกล้องวงจรปิด หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากไม่มีการป้องกันใดๆ จะร่วมกันลงมือก่อเหตุทันทีโดยฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่บ้าน หรือเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป เมื่อได้เงินและทรัพย์สินมา แบ่งกันแล้วแยกย้ายกันหลบหนีไปกบดานตามบ้านเช่ารายเดือนในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา กว่า 1 สัปดาห์ในการรวบรวมเบาะแสพยานหลักฐานจนนำไปสู่การติดตามจับกุมมาดำเนินคดีทุกราย

เบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่พยานหลักฐานบ่งชี้ว่าทั้ง 4 คน ร่วมกันก่อคดีปล้นทรัพย์ จำนวน 4 คดี
ดังนี้ 1. สภ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ เหตุเกิดวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เวลา 13.20 น. กลุ่มคนร้ายประมาณ 4 คน สวมชุดสีดำใส่หมวกโม่งปิดบังใบหน้าและมีอาวุธปืนและอาวุธมีด ร่วมก่อเหตุปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 318 บ้านโนนป่าซาด หมู่ที่ 10 ต.หนองฉิม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ ผู้เสียหายคือนางสาววริดสรา  พืบขุนทต อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน ได้ทรัพย์สินจำนวน 14 รายการ ได้แก่ นาฬิกา 6 เรือน, เงินสดธนบัตรรัฐบาลไทย 50,000 บาท เงินสดฟรังก์สวิส 500 ฟรังก็สวิส คิดมูลค่าเป็นเงินไทย 19,000 บาท เงินสดยูโร 1,000 ยูโร คิดมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 37,000 บาท แหวนเพชรและสร้อยคอทองคำรวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า 2,225,900 บาท
2.สภ.เมือง จ.สุรินทร์ เหตุเกิดวันที่ 3 ก.ค 2565 เวลา 03.00 น. ปล้นทรัพย์ บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 3 ต.ราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ของนางทิพยาภา  แมร์ซ อายุ 62 ปี และ Mr.Petr Merz สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ อายุ 74 ปี ได้ทรัพย์สิน 5 รายการ ได้แก่สร้อยทองคำ,จี้รัชกาลที่ 5 ,เงินสด,นาฬิกา 4 เรือนและโทรศัพท์เคลื่อนที่


3.สภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดวันที่ 6 มกราคม 2565 ปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 49 บ้านขุขันธ์ธานี หมู่ที่ 2 ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย เงินสด,แหวนทองคำ ,นาฬิกาข้อมือ, เงินดอลล่าร์, เหรียญรัชกาลที่ 5
4.สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เหตุเกิดวันที่ 20 ก.ค 2565 เวลา 02.30 น. บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 8 ต.กุดจิก อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้ทรัพย์สินหลายรายการ

ขณะนี้มีการทยอยตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนหนึ่งได้คืนให้กับผู้เสียหายไปแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวที่สามีเป็นชาวต่างชาติ ฐานะร่ำรวย ต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมทั้งเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลสงกรานต์