ตร.นำพรานล่าสัตว์ยิงเพื่อนดับกลางป่าชี้จุดเกิดเหตุ หลังเข้ามามอบตัวตร.ไม่ค้านการประกัน

ภูมิภาค4 ม.ค. 2566 • 20:22 น.โดย สนทะนาพร อินจันทร์
ตร.นำพรานล่าสัตว์ยิงเพื่อนดับกลางป่าชี้จุดเกิดเหตุ หลังเข้ามามอบตัวตร.ไม่ค้านการประกัน

วันที่ 4 ม.ค.66 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมาศาล จ.ฉะชิงเทรา ได้พิจารณาคำร้องขอนำตัว นายเดชา อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ม.15 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายโยธิน อายุ 43 ปี อยู่ม.15 (บ้านนายาว) ต.ท่ากระดาน จนเสียชีวิตกลางป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว) ขณะเข้าไปในป่าล่าสัตว์ด้วยกัน

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.65 และมีการแจ้งเหตุให้ทาง จนท.ตำรวจท้องที่ทราบในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.66 หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ ได้นำตัวมายื่นคำร้องขออำนาจศาล จ.ฉะเชิงเทรา ฝากขังเป็นผลัดแรก ในข้อหา “กระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” พร้อมพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวออกไปได้ ด้วยหลักทรัพย์วงเงิน 150,000 บาท

ขณะที่ ร.ต.อ.ซึ่งเฉลี่ย ไตรบุตร รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.66 แต่เกิดเหตุขึ้นจริงในเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 31 ธ.ค.65 ซึ่งเป็นการยิงในเวลากลางคืน หลังสอบปากคำ นายเดชา ได้ให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้เห็นไฟส่องมองสัตว์จากนายโยธินเป็นประกายวาบเข้าตารอดผ่านออกมาจากพุ่มไม้ แต่เข้าใจว่าเป็นประกายจากดวงตาของกระจง จึงได้เหนี่ยวไกลั่นกระสุนปืนใส่ จากนั้นได้ยินเสียงร้องโอ้ย จึงรู้ว่าไม่ใช่กระจง ก่อนเข้าไปดูและพบว่าเป็นเพื่อนสนิทที่มาล่าสัตว์ด้วยกัน ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากกันเพียงประมาณ 20 เมตร แต่สภาพของป่ารกมากจนมองไม่เห็นระหว่างกัน

หลังถูกยิงแล้วในช่วงแรกผู้ตายยังไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร จึงบอกให้ผู้ตายนอนพักรออยู่กับที่ก่อน จากนั้นนายเดชา จึงได้พยายามที่จะวิ่งออกไปจากป่า เพื่อหาจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เพื่อโทรศัพท์กลับมาบอกเพื่อนที่อยู่ในหมู่บ้านนายาว ในการร้องขอให้คนเข้ามาช่วยเหลือ

ก่อนจะเดินทางกลับมาหานายโยธิน อีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.66 แต่พบว่านายโยธินได้สิ้นใจแล้ว จึงได้ออกมาแจ้งให้ทางผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้านทราบ) ซึ่งนายเดชา ได้เล่าว่า ได้เดินทางออกมาหาล่าสัตว์กับเพื่อน ซึ่งเป็นเครือญาติกัน หลังจากที่นายโยธิน ได้กลับมาสู่ภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 จากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ด้วยกันเพียงลำพัง 2 คน ตั้งแต่ประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 31 ธ.ค.65 จนกระทั่งมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในเวลา 20.00 น. ดังกล่าว

โดยที่ ร.ต.อ.ซึ่งเฉลี่ย ระบุว่าเมื่อวานนี้ (3 ม.ค.66) ได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกือบตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. ที่เดินทางออกไปจากโรงพัก จากนั้นในเวลา 09.00 น. จึงเริ่มเดินป่ากระทั่งใน 12.00 น. จึงถึงจุดเกิดเหตุและได้ให้ผู้ต้องหาชี้จุดแรก จากทั้งหมด 3 จุด จากนั้นจึงเดินไปอีกประมาณ 1 กม. เพื่อไปชี้จุดเก็บซ่อนอาวุธปืน โดยได้ของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 มาจำนวน 2 กระบอกซึ่งเป็นปืนของผู้ตาย 1 กระบอก และเป็นปืนของคนยิง 1 กระบอก พร้อมกับเครื่องสนามซึ่งเป็นหม้อหุงต้มยังชีพในป่าแบบทหาร ก่อนที่จะมายังที่จุดพบศพ        

หลังจากนั้นจึงเดินออกมาจากป่า ในเวลา 16.00 น.มาถึงแนวเส้นทางตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เนื่องจากสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นป่ารกทึบ ที่ต้องเดินวกไปวนมา จึงทำให้เจ้าหน้าที่หลงป่ากันในคืนวันแรก

ทั้งที่จุดพบศพในวันแรกและจุดเกิดเหตุนั้น ไม่ได้อยู่ไกลกันมากนัก แต่เนื่องจากในวันที่ไปชันสูตรพลิกศพและนำศพออกมาจากป่านั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างคนต่างหลงป่า แม้แต่เจ้าหน้าที่อนุรักษ์เองก็ยังหลงป่าด้วย เนื่องจากไม่มีสัญญาณ GPS จึงพากันเดินวกวนไปมา ทำให้ระยะทางยาวไกลขึ้น ในขณะที่คนยิงที่นำทางชาวบ้านมานั้น ได้หายตัวไปหลังจากมีคนเข้ามาเยอะมากขึ้น โดยทราบภายหลังว่าเขาเดินกลับมาที่บ้าน และไปหลบซ่อนตัวนอนอยู่ในกระท่อมกลางท้องนา ก่อนที่จะออกมามอบตัวในที่สุด

รวมระยะทางเดินเท้าเมื่อวานนี้ประมาณ 10 กม. และใช้รถแบบยกสูงเดินทางเข้าไปตามเส้นทางตรวจการณ์ประมาณ 20 กม. จึงต้องใช้เวลาในการชี้จุดเกือบตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “กระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” พร้อมด้วยข้อหาเสพยาเสพติด โดยที่ไม่ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งหากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีเจตนาในการฆ่า จะเพิ่มข้อกล่าวหา “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” ต่อไป  

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่นายเดชา รอญาติรวบรวมหลักทรัพย์มาขอยืนประกันตัว ผู้สื่อข่าวได้ประสานเพื่อขออนุญาตถ่ายภาพผู้ต้องหาภายนอกอาคารของศาล ในช่วงระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเคลื่อนย้ายหรือนำตัวออกมาจากพื้นที่คุมขัง แต่ไม่ได้รับการอนุญาตจากทางผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.ฉะเชิงเทรา โดยให้เหตุผลว่า ภาพของผู้ต้องหาที่กำลังถูกควบคุมตัวนั้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม