ป.ป.ท. เขต 6 รุกฆาตปลุกเครือข่ายภาคประชาชนเป็นแนวร่วมต่อต้านการทุจริต
น่าเป็นห่วง ! การทุจริตแพร่ระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง ป.ป.ท.เขต 6 เปิดยุทธศาสตร์รุกฆาต โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตเรียกระดมพลแม่ทัพ ขุนศึก ภาคประชาชน ติดอาวุธทางปัญญาปลุกจิตสำนึกร่วมต้านคอรัปชั่นมุ่งหวังป้องกันก่อนเกิดเหตุที่ต้องปราบปราม
วันที่ 28 มี.ค. 2562 นางรมณี กลั่นบิดา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 6 เป็นประธานในการเปิดการอบรมและประชุมสัมมนาเครือข่ายภาคประชาชนที่ห้องประชุมคอนเวนชั่น 1 โรงแรมท็อปแลนด์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตามโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตสนง.ป.ป.ท.เขต 6 โดยมีแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนจาก 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายภาคประชาชนจาก จ.นครสวรรค์ จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก จ.สุโขทัย จ.อุตรดิตถ์ รวมแล้วประมาณ 125 คน โดยการเข้าร่วมการอบรมสัมนาครั้งนี้วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีบทบาทร่วมในการเป็นหูเป็นตา สอดส่องบทบาทของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ที่มองประโยชน์ส่วนรวมหรือสาธารณะเป็นที่ตั้งไม่ทุจริตหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน โดยการอบรมมุ่งเน้นติดอาวุธทางปัญญาและข้อกฎหมายที่พึงรู้ในการสืบเสาะแสวงหาข้อมูล
รวมถึงการรายงานเบาะแสการทุจริตเพื่อให้ สนง.ป.ป.ท.เขต 6 ได้รับรู้และได้ดำเนินการเพื่อเป็นการป้องปรามก่อนที่จะเกิดเหตุให้ถึงขั้นลงมือปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพราะบางครั้ง บางเรื่อง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติก็อาจกระทำการไปโดยขาดเจตนา ดังนั้นการบอกกล่าวตักเตือนหรือชี้แนะจึงน่าจะเป็นช่องทางของการใช้ “หลักธรรมาภิบาล”ที่ต้องมี นิติธรรม คุณธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ คุ้มค่า ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมได้มีการร่วมแสดงความคิดเห็นและระดมสมองเพื่อจะสร้างกลุ่มและเครือข่ายที่จะมีส่วนร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ท. ให้เป็นรูปธรรม อีกด้วย
ซึ่ง นางรมณี กลั่นบิดา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 6 ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ป.ป.ท.คาดหวังให้ประชาชนในพื้นที่ได้รวมตัว รวมพลังกันเพื่อเป็นกลไกในการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในพื้นที่โดยเชื่อว่าพลังประชาชนที่กระจายอยู่อยู่ทั่วทุกหัวระแหงในพื้นที่จะสามารถจับตาเฝ้าระวังการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ถูกต้องตามกฎหมาย หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง ป.ป.ท.มองว่า ประชาชนจะเป็นผู้เฝ้าระวังเรื่องดังกล่าวได้ดีที่สุด ดังนั้นจึงจะส่งเสริมให้มีการรวมตัวและเพิ่มกลไกในการประสานงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ป.ป.ท.เป็นศูนย์กลางในฐานะที่มีหน้าที่ป้องกันปัญหาการทุจริตดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการจัดประชุมเสวนารวบรวมบุคคลผู้มีจิตสาธารณะมาติดอาวะทางปัญญา มาระดมสมอง ในการมีส่วนร่วมที่จะร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตในบทบาทของภาคประชาสังคมในครั้งนี้ มั่นใจว่า ในเร็ววันนี้เครือข่ายที่ผ่านการอบรมจะเชื่อมร้อยเป็นกลุ่มพลังที่จะสร้าง “ธรรมาภิบาลเข้มแข็ง ทุจริตภาครัฐลดลง”
สิทธิพจน์ พิจิตร