เห็นแล้วใจฟู รถในตัวเมืองจันทบุรี  พร้อมใจเปิดทางเหมือนแหวกม่านให้รถฉุกเฉิน นำคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาล

ภูมิภาค11 มี.ค. 2567 • 18:22 น.
เห็นแล้วใจฟู รถในตัวเมืองจันทบุรี  พร้อมใจเปิดทางเหมือนแหวกม่านให้รถฉุกเฉิน นำคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาล

เห็นแล้วใจฟู คลิปกล้องหน้ารถกู้ภัยฯ เปิดภาพขบวนรถที่สัญจรหนาแน่น ในตัวเมืองจันทบุรี  พร้อมใจเปิดทางเหมือนแหวกม่านให้รถฉุกเฉิน นำคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาล บางคันยอมเบี่ยงรถขับปีนขึ้นฟุตบาท
    

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 67 ศูนย์วิทยุกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บเสียเลือดมาก ในหอหักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี หลังรับแจ้ง ได้ส่งทีมกู้ภัยฯ พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเดินทางไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ 
  

 ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ เป็นนักศึกษาหญิง ประสบเหตุลื่นล้มในห้องน้ำ ร่างกระพื้นศีรษะแตกเสียเลือดมาก จึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะที่ระหว่างทาง กล้องหน้ารถได้บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะกำลังนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ ออกมาจากหอพัก มาตามถนนสายพระยาตรัง ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเลียบเนิน เพื่อมุ่งหน้าไปส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า


โดยถนนเส้นดังกล่าว เป็นเส้นทางขาเข้าเมือง มีจราจรหนาแน่น ประกอบกับเป็นชั่วโมงเร่งด่วน มีรถสัญจรจำนวนมากทำให้การจราจรติดขัด ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ประจำรถจึงได้เปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรนฉุกเฉินเพื่อขอทางทันทีที่รถสัญจรบนถนน
ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนฉุกเฉิน ก็ปรากฏภาพดังในคลิป โดยรถยนต์ที่จอดรถติดรอสัญญาไฟทั้ง 2 ช่องจราจร ได้พร้อมใจเบี่ยงรถเพื่อเปิดช่องทางให้รถฉุกเฉินวิ่งผ่าน เหมือนกับเปิดม่านโรงละคร โดยมีรถบางคันถึงกับ ยอมเบี่ยงรถ ขับปีนหลบขึ้นไปบนฟุตบาท ทำให้รถฉุกเฉินสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง ถึงโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯได้อย่างรวดเร็ว 

จากการสอบถาม นายนราชัย หรือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนามเรียกขาน สว่าง  76  พนักงานขับรถ เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากศูนย์วิทยุกู้ภัยฯได้รับแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บ เสียเลือดมาก ในหอพักในพื้นที่ ต.ท่าช้าง จึงได้พร้อมทีมกู้ภัยฯ พร้อมอุปกรณ์ ปฐมพยาบาลเดินทางไปให้การช่วยเหลือ 

อย่างไรก็ตามตลอดเส้นทาง ที่รถฉุกเฉินนำตัวผู้บาดเจ็บขับผ่าน มีการจราจรที่ติดขัด เนื่องจากอยู่ในชั่วโมงเร่งด่วน จึงได้เปิดสัญญาณไฟไซเรนขอทาง ซึ่งต้องขอขอบคุณและชื่นชม ผู้ที่ขับรถสัญจรบนเส้นทางดังกล่าว ที่พยามเปิดเส้นทาง
ให้รถฉุกเฉินนำ สามารถตัวผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย และได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที