ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบกรณีเด็ก 3 ขวบถูกหน.ศูนย์เด็กอนาจาร แม่ชี้ควรให้ออกหวั่นก่อเหตุซ้ำ

ภูมิภาค20 ก.ย. 2566 • 12:41 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน  
ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบกรณีเด็ก 3 ขวบถูกหน.ศูนย์เด็กอนาจาร แม่ชี้ควรให้ออกหวั่นก่อเหตุซ้ำ

ความคืบหน้ากรณีที่ผู้ปกครองร้องขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณา ว่า ลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ฝากเลี้ยงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่ง ในตำบลหนองใหญ่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ถูก หน.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ อายุ 59 ปี ล่วงละเมิดทางเพศ หลังแม่พาลูกสาวไปแจ้งความ แต่กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงไปร้องให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา หน.ศูนย์เด็กฯ "กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี" แต่ หน.ศูนย์เด็กฯ ยังให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน  และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง

ล่าสุดวันที่ 20 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พนักงานสอบสวน สภ.ชุมแสง   ได้พาผู้ปกครองและน้องอายุ 3 ขวบ ไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์   เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำในฐานะผู้เสียหาย  แต่เนื่องจากน้องยังเด็กอาจต้องใช้เวลาในการสอบพอสมควร   เพราะนอกจากน้อง จะยังเด็กมากแล้วยังต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของน้องด้วย 

ขณะที่ น.ส.บี (นามสมมติ)  อายุ 32 ปี  แม่ของน้องวัย 3 ขวบ  บอกว่า   หลังจากวันเกิดเหตุน้องก็มีอาการหวาดผวาไม่อยากไปเรียนอีก  ซึ่ง ทางครอบครัวก็คงไม่ให้น้องกลับไปเรียนที่เดิมอีกเพราะเกรงจะกระทบต่อสภาพจิตใจ   และสิ่งที่ยังกังวลคือเรื่องคดีเพราะ หน.ศูนย์เด็กฯ ยังปฏิเสธ  แต่ตนก็เชื่อว่าลูกสาวไม่โกหกแน่นอน เพราะที่ผ่านมาก่อนไปเรียนหรือหลังเลิกเรียนจะถามลูกทุกครั้ง ลูกก็จะบอกตลอดว่าที่โรงเรียนได้กินอะไรและทำอะไรบ้าง   

 

หลังจากไปร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา  ก็หวังว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว   ก็อยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด  และหากเป็นไปได้อยากให้ออกจากราชการไม่ควรจะเป็นครูอีก  เพราะสำหรับแม่เขาคือบุคคลอันตราย  ถ้าแค่ย้ายไปที่อื่นก็อาจจะไปทำแบบนี้กับลูกหลานคนอื่นอีก

ด้าน อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกับทางครอบครัว หรือให้ความมั่นใจว่าทางหน่วยงานภาครัฐ  จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาทั้งเรื่องคดี และระเบียบวินัย  หากมีหลักฐานพิสูจน์ว่ากระทำจริง  ก็ดำเนินการตามกระบวนการ ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย