บุรีรัมย์ตร.คุมตัวโจรงัดตู้เซฟร้านทองห้างดัง​ กวาดทองเกือบ 4 ล้านบาท​ ทำแผน​ เร่งสาวคนร่วมก่อเหตุ

ภูมิภาค15 ม.ค. 2563 • 13:58 น.
บุรีรัมย์ตร.คุมตัวโจรงัดตู้เซฟร้านทองห้างดัง​ กวาดทองเกือบ 4 ล้านบาท​ ทำแผน​ เร่งสาวคนร่วมก่อเหตุ
รองผู้การฯ ตร.บุรีรัมย์ พร้อมพนักงานสอบสวน และชุดสืบ คุมตัวหนุ่มบุกเดี่ยวงัดตู้เซฟร้านทองห้างดัง กวาดทองคำรูปพรรณ 163 บาท มูลค่าเกือบ 4 ล้านช่วงใกล้ปีใหม่ ทำแผนจุดเกิดเหตุ เส้นทางเข้า-ออก และจุดที่นำทองไปขาย พร้อมเร่งสอบขยายผลสาวหาผู้ร่วมก่อเหตุ คาดเป็นคนในเพราะรู้ทางเข้า-ออก ทั้งพิรุธที่คนร้ายอ้างว่าเซฟไมได้ล็อกและไม่ได้ใส่รหัส (15 ม.ค.63) พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีระโชติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร​จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประจักษ์ คำนาค รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ , เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด และชุดสืบสวน สภ.เมือง​บุรีรัมย์​ ได้ควบคุมตัว นายประวิทย์ ไชยคีนี อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาบุกเดี่ยวงัดตู้เซฟร้านทอง “เยาวราชสินทวี” ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง (บิ๊กซีสาขาบุรีรัมย์) ตั้งอยู่ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ขโมยทองคำรูปพรรณ ทั้งสร้อยคำ กำไล แหวนทองที่ทางร้านเก็บไว้ขายให้กับลูกค้า และบางส่วนเป็นทองที่ลูกค้านำมาจำนำไว้รวมน้ำหนัก 163 บาท คิดเป็นมูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท ทั้งยังได้ก่อเหตุลักขโมยโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กภายในห้างดังกล่าวด้วย เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของ วันที่ 28 ธ.ค.62 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุร้านทองภายในห้าง ตั้งแต่เส้นทางเข้า-ออก จุดที่ขโมยไขควง เลื่อยพร้อมใบเลื่อยที่ใช้ประกอบเหตุ ร้านที่ลักขโมยมือถือ คอมพิวเตอร์โน๊กบุ๊ก ก่อนจะเดินวนกลับไปงัดตู้เซฟขโมยทอง จากนั้นได้คุมตัวไปทำแผนยังร้านทองในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่คนร้ายให้ข้อมูลเอาทองที่ขโมยมาไปขาย ซึ่งระหว่างการทำแผนผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังทำแผนเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ ผู้ต้องหา ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมือง​บุรีรัมย์​ เพื่อสาวหาตัวผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งนายประวิทย์ ก็ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ว่ามีคนร่วมก่อเหตุด้วย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี แต่เชื่อว่าน่าจะคนในแน่นอนเพราะรู้เส้นทางเข้า-ออก และพิรุธสำคัญที่ผู้ต้องหาอ้างว่าตู้เซฟไม่ได้ล็อคและไม่ได้ใส่รหัสไว้ ซึ่งก็จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้น นายประวิทย์ ถูกแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร , มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย”