”ฉก.พญาเสือ”สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบรีสอร์ท 4 แห่งที่บ้านน้ำทรัพย์ แก่งกระจาน

ภูมิภาค11 ม.ค. 2562 • 11:36 น.
”ฉก.พญาเสือ”สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบรีสอร์ท 4 แห่งที่บ้านน้ำทรัพย์ แก่งกระจาน
”ฉก.พญาเสือ”สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบรีสอร์ท 4 แห่งที่บ้านน้ำทรัพย์ อ.แก่งกระจาน บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าของรีสอร์ตอ้างทำกินมาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ และเคยได้รับการตรวจสอบ แต่พบพิรุธเอกสารไม่ตรง และหลักฐานดาวเทียมไม่พบเป็นพื้นที่ทำกินมาก่อนตามอ้าง เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 10 ม.ค.62 หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า นำโดยนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยค รักษาการ หัวหน้าหน่วย ฉก.พญาเสือ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ บก.ปทส.จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.เพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ที่ 144 สนธิกำลังร่วมตรวจสอบที่ดินบริเวณบ้านน้ำทรัพย์หมู่ที่ 9 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเขตป่าสงวนยางน้ำกลัดเหนือ-ป่ายางน้ำกลัดใต้ หลังมีการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การรุกขยายพื้นที่จนติดอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จนพัฒนาเป็นรีสอร์ทและโฮมสเตย์ให้บริการนักท่องเที่ยว จากการตรวจสอบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวพบว่า เป็นที่ตั้งของรีสอร์ตรวม 4 แห่ง เบื้องต้นผู้ครอบครองให้ถ้อยคำว่า ได้อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2516 ซึ่งก่อนประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และเป็นพื้นที่ที่ครอบครองทำประโยชน์มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้ามาทำการสำรวจให้สิทธิทำกิน (สทก.) ที่ดำเนินการโดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี แต่มีข้อพิรุธว่า ในใบสำรวจ ไม่ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนและพื้นที่ว่ามีปริมาณเท่าใด อีกทั้งตำแหน่งที่ตรวจสอบก็ไม่ตรงกับเอกสารที่นำมากล่าวอ้าง และพิกัดที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบพบว่าอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อีกทั้งจากการตรวจสอบกับภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังหลายชั้นปี ไม่พบว่ามีการใช้ประโยชน์ตามกล่าวอ้างแต่พบมีการบุกรุกพื้นที่ในภายหลัง หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะประสานกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี กรมป่าไม้ นำเอกสารที่เกี่ยวข้องตรวจสอบร่วมกันเพื่อสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน หรือ กรรมสิทธิ์อื่นใดในที่ดินดังกล่าว หากพบเป็นการบุกรุกพื้นที่ โดยไม่มีเอกสารอ้างอิงใดๆ จะดำเนินการตรวจยึดดำเนินคดีต่อไป