ฝังกลบ!! ทำลายต้นมันสำปะหลัง ติดโรคใบด่าง สกัดการระบาด หลังพบขยายวงกว้าง 6 อำเภอ

ภูมิภาค7 ส.ค. 2562 • 10:45 น.
ฝังกลบ!! ทำลายต้นมันสำปะหลัง ติดโรคใบด่าง สกัดการระบาด หลังพบขยายวงกว้าง 6 อำเภอ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรบุรีรัมย์ ร่วมกับเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด โรงแป้งมัน และสมาคมเกษตรกรชาวไร่มัน ลงพื้นที่สำรวจแปลงพร้อมนำร่องฝังกลบทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดเชื้อไวรัสโรคใบด่าง เพื่อสกัดการระบาด หลังพบขยายวงกว้างแล้ว 6 อำเภอ ขณะเกษตรกรวอนรัฐช่วยเหลือ วันนี้ (7 ส.ค.62) ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด โรงแป้งมัน อ.ปะคำ และสมาคมเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่สำรวจแปลง พร้อมนำร่องขุดหลุมฝังกลบทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดเชื้อไวรัสโรคใบด่าง ที่แปลงมันสำปะหลังของเกษตรกรบ้านปลื้มพัฒนา ม.8 ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เพื่อสกัดกั้นป้องกันการะบาดของโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลัง หลังพบข้อมูลการระบาดของโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลังของเกษตรกร แล้วใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.โนนดินแดง, บ้านกรวด, ละหานทราย, โนนสุวรรณ, นางรอง และ อ.แคนดง ซึ่งโรคใบด่างมันสำปะหลัง เกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) มีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ โดยลักษณะอาการของโรค คือ ใบด่างเหลือง ยอดที่แตกใหม่จะแสดงอาการด่างเหลืองรุนแรงหงิกงอ ลำต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต ทำให้หัวมันเล็กไม่สมบูรณ์ หากแปลงไหนระบาดหนักก็จะส่งผลเสียหายแก่ผลผลิตลดลงจากปกติ 80-100 เปอร์เซ็นต์ นายอัครวัฒน์ กิตติพงศ์ภากรณ์ คณะกรรมการสมาคมเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรหลายอำเภอกำลังประสบปัญหาโรคใบด่างระบาดในไร่มันสำปะหลัง ส่งผลให้ลำต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต หัวลีบเล็กผลผลิตลดลงเฉลี่ยไร่ละ 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ ถึงแม้หลายหน่วยจะพยามยามเข้ามาช่วยเหลือทั้งแนะนำวิธีการป้องกัน และทำลายต้นมันที่ติดเชื้อด้วยการถอนทิ้งและฝังกลบ แต่ก็ยังไม่สามารถยับยั้งการระบาดได้ ส่วนกรณีที่ทางกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกร ที่ถอนต้นทิ้งหรือฝังกลบทำลายแปลงที่มีการระบาดไร่ละ 3,000 บาทนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อยากวิงวอนให้ทางกระทรวงฯ ได้พิจารณาทบทวนปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขการชดเชยช่วยเหลือใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะเงื่อนไขบางอย่างทำให้เกษตรกรต้องสูญเสียโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือ อย่างเช่น ไม่ควรจะกำหนดอายุของต้นมันที่ติดเชื้อโรคใบด่างว่าไม่เกิน 4 เดือน จึงจะได้รับเงินชดเชย เพราะความจริงแล้วโรคใบด่างระบาดทุกช่วงอายุตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ด้านนายสวัสดิ์ สมสะอาด ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจ จ.บุรีรัมย์ มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งจังหวัดกว่า 300,000 ไร่ จากการออกสำรวจพบว่าใน 124 แปลง หรือประมาณ 1,500 ไร่ พบเป็นโรคใบด่าง 92 แปลง และมีแนวโน้มจะขยายการระบาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีวิธีการกำจัดรักษา ทำได้เพียงยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดเท่านั้น ซึ่งทางศูนย์วิจัยฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ได้เน้นสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อร่วมเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในแปลงมันของตัวเอง ทั้งนี้ได้แนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ให้หมั่นสำรวจแปลงมันของตัวเอง หากพบลักษณะอาการคล้ายโรคใบด่างในแปลง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เข้าไปตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง เพราะหากมีการระบาดแล้วนอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ผลผลิตของเกษตรกรแล้ว ยังจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตมันสำปะหลังอีกด้วย