ชุมชนประมงชายฝั่ง วิกฤตนิเวศน์ชายฝั่งเปลี่ยนหนัก ทะเลตมรุกสิ้นสภาพหาดทราย
ชาวประมงพื้นบ้านเดือดร้อนหนักหลังนิเวศน์ชายฝั่งเปลี่ยนสภาพอย่างรุนแรง ทะเลพาตะกอนเลนรุกกลืนหาดทรายแห้งกลายเป็นดินเหนียวไม่สามารถนำเรือเข้าฝั่งได้
นี่คือภาพมุมสูงบริเวณชุมชนประมงบ้าน บ้านบางใบไม้ บ้านในถุ้ง ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังประสบปัญหานิเวศน์ชายฝั่งเปลี่ยนสภาพอย่างรุนแรง ในฤดูมรสุมปีนี้ยิ่งรุนแรงหนักหลังจากคลื่นลมได้ซัดเอาตะกอนเลนมาทับถมบริเวณชายหาดซึ่งเป็นจุดจอดเรือของชาวประมงพื้นบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณย่านนี้ จนส่งผลให้ไม่สามารถนำเรือเข้าฝั่งได้ตามวิถีชีวิตปกติ ต้องสร้างจุดจอดเรือโดยใช้แรงงานคนพยายามลากตะกอนเลนเปิดร่องน้ำให้เรือเข้า-ออกจากฝั่งได้ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกำลังทำให้เกินกำลังชาวประมงพื้นบ้านที่จะช่วยกันแก้ไขพื้นที่ชุมชนตัวเองหลังจากตะกอนเลนเริ่มแข็งตัวกลายเป็นดินเหนียวแข็ง
นายเจริญ โต๊ะอีแต แกนนำชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่าได้ศึกษาข้อมูลค้นคว้าหาต้นตอการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศน์เช่นนี้ จากเดิมที่เป็นหาดทรายสวยงามความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2549-25550 เป็นต้นมาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสำคัญคือการขุดลอกร่องน้ำสำหรับเรือขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอ่าวปากพนัง ร่องอ่าวปากนคร ร่องน้ำท่าศาลา แล้วนำดินที่ได้จากการขุดอกไปทิ้งกลางทะเลไม่ไกลพอทำให้คลื่นลมซัดกลับเข้ามาหาฝั่งจนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก
“ชาวบ้านพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยภูมิปัญญาเช่นการใช้ไม้ไผ่ การใช้อุปกรณ์ที่ดัดแปลง พอบรรเทาได้บ้าง แต่ระยะหลังหลังความรุนแรงของการซัดตะกอนเข้าหาฝั่งเพิ่มมากขึ้นระยะแรกจะอยู่ในสภาพเลนตมเหลวข้นไม่สามารถขุดได้ แต่หลังจากน้ำเริ่มลดจะเริ่มแข็งตัวอย่างรวดเร็วมีการแข็งตัวและยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆเกินกำลังชุมชนที่จะใช้แรงงานแก้ไข ทำได้แค่พยายามเปิดร่องน้ำพอให้เรือเข้าออกได้เป็นจุดๆ”
สำหรับพื้นที่ย่านนี้เดิมมีรายงานเป็นย่านท่องเที่ยวทางทะเลที่เก่าแก่ของชาวนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นหาดทรายขาวสวยงาม เช่นหาดสระบัว หาดแสงทอง หาดในถุ้ง เป็นที่นิยมท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดของชาวนครศรีธรรมราช แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านสภาพนิเวศน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้กลืนหาดทรายขาวดั้งเดิมไปจนสิ้นสภาพตลอดแนวกว่า 15 กิโลเมตร.